43ปี‘สสอท’ผสานความต่างสู่ผลสัมฤทธิ์สร้างบัณฑิตคุณภาพ-พัฒนาก้าวล้ำทันยุค – สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2520 ด้วยความร่วมมือของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อให้สมาคมเป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างสถาบันสมาชิก องค์การการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ หน่วยงานราชการ ร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาด้านวิชาการและการบริหาร ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ในระหว่างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนด้วยกัน เพื่อให้การจัดการศึกษาดำเนินไปโดยได้มาตรฐาน และบังเกิดผลดีที่สุดต่อผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

ในโอกาสครบรอบปีที่ 43 แห่งการสถาปนา สสอท มีการจัดกิจกรรมพิเศษคือ การประชุมวิชาการเรื่อง คุณภาพและความเสมอภาคการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้สมาชิกสมาคมมีโอกาสพบปะสังสรรค์ และเพื่อยกย่องบุคลากรดีเด่น นักศึกษาดีเด่นจากสถาบันสมาชิก

ดร.พรชัย มงคลวนิช นายก สสอท กล่าวเปิดงานว่า เราก้าวมาถึงจุดสำคัญ มีการพัฒนาด้านต่างๆ การอุดมศึกษาภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของ สสอท คือการก้าวไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศ การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นความท้าทาย มีการดำเนินการในบทบาทและมิติใหม่ๆ เพื่อการนำสิ่งดีๆ มาพัฒนา และปฏิรูปองค์กร

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ประธานในพิธีกล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมกับ 43 ปี แห่งการสถาปนา สสอท พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในการจัดระบบการศึกษาของสถาบันการศึกษาเอกชนว่า ปัญหาของทุกมหาวิทยาลัยคือจำนวนนักศึกษาลดลง เราควรต้องปรับให้เป็นการจัดการศึกษาเพื่อชีวิต สอนในสิ่งที่สนุก น่าสนใจ นำไปประกอบอาชีพได้ เช่น โหราศาสตร์สำหรับนักบริหาร ฮวงจุ้ยในการบริหาร เป็นต้น ควรลดปริญญาบัตร และจัดอบรมเป็นคอร์สสั้นๆ มอบวุฒิบัตรให้ ขอบคุณทุกท่านที่มาช่วยงานของมหาวิทยาลัยเอกชน นับว่าช่วยประเทศชาติได้มาก

“ศาสนาพุทธอยู่มาได้ 2,500 กว่าปี แสดงว่ามีสัจธรรมที่ดี ปรัชญา ปัญญา อารยธรรม ของคนโบราณ ย่อมมีประโยชน์เสมอ การนำเด็กที่มีปัญญามาพูดคุย มาศึกษาดูงาน เด็กๆ จะชอบ เพราะมีความหมายกับอนาคตของเขา เราควรสอนวิชาชีวิต สร้างปัญญาอันเกิดจากประสบการณ์ชีวิตที่ลุ่มลึก คนรุ่นใหม่ ต้องรักษาชีวิตให้ดี จะได้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์” ศ.พิเศษ ดร.เอนกกล่าว

จากนั้นเป็นการอภิปรายเรื่อง ความร่วมมือในการดำเนินงานตามนโยบายคุณภาพและความเสมอภาคสู่ความเป็นเลิศของอุดมศึกษา โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.กิตติชัย วัฒนานิกร ประธานคณะกรรมการมาตรฐานอุดมศึกษา รศ.นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.พรชัย มงคลวนิช นายกสสอท ผู้ดำเนินการอภิปรายคือ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวโดยสรุปคือ การร่างกฎหมายการอุดมศึกษา ยึดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ 5 ข้อ ได้แก่ ทันสมัยเหมาะกับประเภทสถาบัน เน้นผลลัพธ์ผลสัมฤทธิ์ กำหนด เท่าที่จำเป็นให้อิสระกับสถาบัน ฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีระบบและตรวจสอบได้ นโยบายการสร้างคนที่เน้นความชำนาญ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับสถานประกอบการ หลักการที่สำคัญคือ การผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะ นโยบายและคุณภาพต้องสอดคล้องกัน ต้องทำอุปสรรคให้เป็นโอกาส เช่น นิวนอร์มัลเป็นวิกฤต แต่ทำให้เรามีโอกาสที่ดี ปรับตัวจัดการเรียนการสอน ทำงานได้สะดวกขึ้น

ดร.พรชัย นายก สสอท กล่าวสรุปว่า ชอบคำว่าสร้างคนให้มี Completency คุณค่าของมหาวิทยาลัยเอกชน คือการสร้างความแตกต่างให้ได้ ดีใจที่ทุกท่านเข้าใจ การสนับสนุนของรัฐหมายรวมทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชน ผู้วางนโยบาย ผู้กำกับการศึกษา ผู้ปฏิบัติ ต้องเข้าใจ และเดินไปด้วยกัน การศึกษาของชาติ จึงจะประสบความสำเร็จตามต้องการอย่างสมบูรณ์

 

ดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่ง
ผอ.สำนักงานประชาสัมพันธ์
มหาวิทยาลัยสยาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน