เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า บริษัทไฟเซอร์จากสหรัฐอเมริกา และไบโอเอ็นเทคจากเยอรมนี ผู้ร่วมผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีผลป้องกันได้ร้อยละ 95 ได้รับอนุมัติการใช้จากรัฐบาลสหราชอาณาจักรแล้ว พร้อมเริ่มใช้ได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้า เน้นคนที่จำเป็นก่อน เช่น ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา เมื่อฉีดแล้วจะใช้เวลาไม่กี่วันที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทวีตข้อความว่า “การคุ้มกันด้วยวัคซีนจะทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง” ส่วนนายแมตต์ ฮันค็อก รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ประชาชนจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติเพื่อจะเข้ารับการฉีดวัคซีน

ก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักรสั่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไว้ราว 40 ล้านโดส เพียงพอที่จะใช้กับประชากร 20 ล้านคน ในจำนวนนี้ 10 ล้านคนจะเริ่มทยอยได้รับวัคซีนในเวลาอันใกล้ โดยมีกลุ่มประชาชน 8 แสนคน จะได้รับก่อนภายในไม่กี่วันข้างหน้า นับเป็นการใช้วัคซีนที่เร็วที่สุด ใช้เวลาเพียง 10 เดือนพัฒนาสำเร็จเมื่อเทียบกับกระบวนการปกติที่ใช้เวลานับสิบปี

นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ซีอีโอของไฟเซอร์กล่าวว่า การอนุมัติกรณีฉุกเฉินของหน่วยงานประเทศอังกฤษต่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในการต่อสู้เอาชนะเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว โดยทางบริษัทคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของชาติอื่นๆ ทั่วโลกตามมาตลอดหลายสัปดาห์ข้างหน้า

สหรัฐทุบสถิติอีกทั้งป่วย-ตาย

สำหรับสหรัฐอเมริกา คาดว่าสำนักงานอาหารและยา หรือ เอฟดีเอ จะอนุมัติการใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ราววันที่ 11-12 ธ.ค. นี้ ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อใหม่และเสียชีวิตต่อวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ติดเพิ่ม 180,000 คน และเสียชีวิตถึง 2,500 ราย ถือเป็นยอดเสียชีวิตสูงที่สุดตั้งแต่ช่วงพีกของการระบาดรอบแรกในสหรัฐเมื่อปลายเดือน เม.ย. และทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 13.7 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า 270,000 ราย

นอกจากนี้ บรรดาแพทย์และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของสหรัฐกำลังประสบกับภาวะเหนื่อยล้าแสนสาหัส หลังต้องทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 200 วันแล้ว ยอดผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของสหรัฐพุ่งสูงทำสถิติใหม่ถึง 99,000 คนแล้ว และระบบสาธารณสุขเริ่มเข้าขั้นวิกฤตในหลายรัฐ เช่น อินเดียนา และเซาท์ดาโกตา หลังผู้เชี่ยวชาญเตือนแล้วว่า การระบาดในสหรัฐอาจพุ่งสูงขึ้นหลังเทศกาลขอบคุณพระเจ้าที่มีการเดินทางสูง

ส่วนที่ญี่ปุ่น มีรายงานว่า วุฒิสภาญี่ปุ่นเห็นชอบให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งหมดให้ชาวญี่ปุ่น 126 ล้านคน โดยจะให้บรรจุเข้าสู่แผนงบกลางของปี 2564 สั่งซื้อวัคซีนจากไฟเซอร์ 60 ล้านโดส และโมเดอร์นา

การผ่านแผนงบประมาณฉีดวัคซีนให้ชาวญี่ปุ่นฟรีเกิดขึ้น 2 สัปดาห์ให้หลังหน่วยงานสาธารณสุขญี่ปุ่นเตือนว่า ระบบสาธารณสุขใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ท่ามกลางการระบาดรอบสามที่พบการผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่องทุกวันทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน