กทม. – นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลการดำเนินการตามนโยบายทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลาว่า ปัจจุบันพบว่า ประชาชนยังมีการทิ้งขยะนอกบริเวณที่จัดไว้ให้ อีกทั้งนำขยะออกมาทิ้งไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด โดยมีทั้งขยะปกติและขยะชิ้นใหญ่ จึงเห็นควรให้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้การดำเนินตามนโยบาย “ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา” เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
1.บังคับใช้กฎหมาย โดยให้สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต จับปรับผู้ทิ้งขยะนอกบริเวณที่กำหนด และแบ่งค่าปรับแก่ผู้แจ้งเบาะแส และใช้กล้องวงจรปิดในการตรวจสอบผู้กระทำผิด 2.เพิ่มรอบการจัดเก็บขยะ โดยมีการสำรวจปริมาณขยะตกค้างในพื้นที่ และเพิ่มรอบการจัดเก็บให้สอดคล้องกับปริมาณขยะ 3.ประชาสัมพันธ์แนวทางการบังคับใช้กฎหมายในการทิ้งขยะนอกบริเวณที่กำหนด ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม ออนไลน์ และสื่อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทิ้งขยะลงบนที่สาธารณะ นอกภาชนะ หรือนอกที่ที่ราชการส่วนท้องถิ่นได้จัดไว้ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนกรณีทิ้งลงในทางน้ำ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
“ตั้งแต่เดือน ม.ค. – ต.ค. 2563 มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รวม 724 ราย ยอดปรับทั้งสิ้น 1,132,100 บาท แบ่งเป็นกรณีทิ้งลงบนถนนที่สาธารณะ 638 ราย ยอดปรับ 887,100 บาท กรณีทิ้งลงในทางน้ำ 86 ราย ยอดปรับ 245,000 บาท” นายวิรัตน์กล่าว
นอกจากนี้ จะมีแนวทางดำเนินการด้านอื่นๆ อาทิ การออกคำสั่งให้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจแต่ละเขต กวดขันผู้ทิ้งขยะนอกบริเวณที่กำหนด การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อแจ้งจุดทิ้งขยะ และเวลาที่รถขยะเข้าจัดเก็บ โดยสแกนคิวอาร์โค้ดได้ที่บริเวณจุดทิ้งขยะ รวมถึงในอนาคตอาจแก้ไขกฎหมาย เพื่อจำกัดเวลาการทิ้งขยะของประชาชน มีการใช้/การเก็บคอกกั้นขยะตามช่วงเวลา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน