พระเถระ-พระเกจิมรณภาพปีชวด – ส่งท้ายปีชวด พ.ศ.2563 วงการสงฆ์ไทยสูญเสียพระภิกษุเรืองนาม ผู้คร่ำหวอดหลากหลายด้าน ทั้งพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระสายปฏิบัติ พระเกจิคณาจารย์ดัง พระนักปกครองผู้มากด้วยประสบการณ์ พระนักเทศน์เผยแผ่ธรรม ฯลฯ

หนองคายร่ำไห้-สิ้น‘พระธรรมมงคลรังษี’
ชาวเมืองหนองคาย ล้วนให้ความเคารพ “พระธรรมมงคลรังษี” (คำบ่อ อรุโณ) แห่งวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย ด้วยเป็นพระเถระที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตน
แต่แล้วเมื่อเวลา 21.42 น. วันที่ 1 มี.ค. 2563 ต้องได้รับทราบข่าวเศร้า ด้วยพระธรรมมงคลรังษี ละสังขารด้วย อาการสงบจากอาการอาพาธด้วยโรคชรา โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76 ที่โรงพยาบาลหนองคาย
สร้างคุณูปการมากมายแก่วงการคณะสงฆ์ อาทิ เชิญชวนชาวบ้านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินเรียกว่า “จุลกฐิน” (กฐินเล็กหรือกฐินแล่น) ไปทอดถวายวัดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองหนองคาย ปีละ 5-10 กอง
ด้วยความเป็นพระเถระใฝ่ในด้านการศึกษา ท่านยังจัดตั้งทุนมูลนิธิ “พระเทพมงคลรังษี” เพื่อการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร และเยาวชนด้วย
‘พระราชวิจิตรโมลี’ มรณภาพสงบ
พระราชวิจิตรโมลี (บุญมี ปริปุณโณ) พระเถระชั้นผู้ใหญ่แห่งเมืองชาละวัน พระผู้ปฏิบัติดี ทำงานอุทิศให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร
ได้รับเกียรติคุณจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในด้านการจัด ผังวัด การจัดระเบียบเสนาสนะให้แก่ วัดต่างๆ ในจังหวัดพิจิตร จนกระทั่ง วัดท่าหลวงและวัดอื่นในสังกัดได้รับ การยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง
อีกทั้งยังได้จัดทำสวนสมุนไพรขึ้นภายในวัดท่าหลวง เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ รับนักเรียน นักศึกษา เด็ก และเยาวชน ที่มีปัญหาทางครอบครัวและติดยาเสพติด เข้ารับการอบรม และบำบัดรักษาด้วยยาสมุนไพร จนถึงปัจจุบัน
มรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ที่โรงพยาบาลพิจิตร สิริอายุ 92 ปี พรรษา 72
หลวงพ่อใหญ่โคราช ‘พระสาสนโสภณ’ มรณภาพ
“พระสาสนโสภณ” (โกศล สิรินธโร) เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) พระเถระที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธา
กล่าวได้ว่า เป็นผู้ให้ความสำคัญในการศึกษาพระปริยัติธรรม วัดสุทธจินดา จัดให้มีการเรียนการสอน ทั้งแผนกธรรมและบาลีเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน
ด้วยความเมตตาเป็นที่ประจักษ์ จึงเรียกขานด้วยความเคารพว่า “หลวงพ่อใหญ่”
ล่วงเข้าปัจฉิมวัย อาพาธบ่อยครั้ง สุดท้ายละสังขารอย่างสงบ ด้วยโรคชราภาพ เมื่อเวลา 11.49 น. วันที่ 9 ต.ค. 2563 ที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
สิริอายุ 96 ปี พรรษา 75
สุดสลด‘หลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน’
หลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดเกสรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ศิษย์ ผู้ดำเนินตามรอยธรรมพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนอดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด
เป็นพระที่อยู่วัดป่าบ้านตาด ทำงาน และดูแลหลวงตามหาบัวมายาวนาน อยู่กับหลวงตาจนวาระสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2554 หลังจากนั้นจึงได้มีการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสแทนหลวงตามหาบัว
กระทั่งเมื่อเวลา 14.28 น. วันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2563 เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิ หลัง เกิดเหตุหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบ้านตาด นำรถดับเพลิงออกไประงับเหตุ เจ้าหน้าที่นำร่างหลวงพ่อสุดใจออกมาจากกองเพลิงและนำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี แต่มรณภาพขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล
สิริอายุ 75 ปี พรรษา 47
สิ้น‘พระธรรมมงคลวุฒาจารย์’
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ มรณภาพสงบ
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) ทรงพระชนม์ชีพ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และเป็นรักษาการแทน ผอ.มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย นับมีบทบาทอย่างมากในวัดบวรนิเวศ คอยรับสนองงานสมเด็จพระสังฆราช
กระทั่ง เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) มีพระอาการประชวร และต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดภายในวัด อีกทั้งเวลามีหนังสือที่แจ้งมายังสมเด็จพระสังฆราช ท่านจะเป็นผู้ดูแล และนำไปถวายที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงมีความใกล้ชิดและคอยรับใช้เรื่อยมาจนได้รับความไว้วางใจ
ละสังขาร เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 เวลา 18.40 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สิริอายุ 97 ปี พรรษา 77
สูญเสียพระนักการศึกษา ‘พระธรรมปริยัติโสภณ’
สํานักเรียนพระปริยัติธรรม วัดสร้อยทอง มีความโดดเด่นในด้านการเรียนการสอนนักธรรม-บาลี เเต่ละปีมีผู้สอบได้แผนกธรรมและเเผนกบาลี ติดอันดับต้นของประเทศไทย
ส่วนสำคัญที่ทำให้สำนักเรียนวัดสร้อยทอง ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาสงฆ์ มาจากหน้าที่รับผิดชอบดูแลและ ส่งเสริมกิจการสำนักเรียนพระปริยัติธรรม โดยพระธรรมปริยัติโสภณ (จัด โกวิโท) เจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ในฐานะเจ้าสำนักเรียนวัดสร้อยทอง
กล่าวได้ว่า เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูป ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะชาวบ้านชุมชนบางซื่อ
สืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ไม่ยึดติดความโลภ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายดับลง เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2563
ด้วยวัยวุฒิ 89 ปี พรรษา 68
สิ้นเกจิ 6 แผ่นดิน ‘หลวงปู่ทอง ปภากโร’
“หลวงปู่ทอง ปภากโร” พระเกจิชื่อดังแห่ง วัดบ้านคูบ หมู่ 3 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ สาธุชนในจังหวัดแถบชายแดนอีสานใต้ ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
เป็นศิษย์สืบสายธรรมสำเร็จลุน บรมครูผู้วิเศษ แห่งนครจำปาศักดิ์ สปป.ลาว
มีอาการอาพาธด้วยโรคชรา เมื่อต้นเดือน พ.ย. 2563 มีอาการเหนื่อยล้าและแน่นหน้าอก เนื่องจากมีอายุมากแล้ว ลูกศิษย์ที่ดูแลใกล้ชิด จึงรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลังกลับมาพักฟื้นที่กุฏิวัดได้แค่ 1 สัปดาห์ มีอาการทรงตัว
ล่าสุดเช้าวันที่ 30 พ.ย. 2563 มีอาการเสมหะติดคอ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น พระลูกวัดที่คอยดูแลอาการ ช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด โดยได้ปลุกเรียกหลวงปู่อยู่นานหลายครั้ง แต่ไม่ยอมตื่นเสียที จึงวิ่งมาเรียกลูกศิษย์และพระลูกวัดคนอื่นมาดู
กระทั่งพบว่าสิ้นลมมรณภาพอย่างสงบที่กุฏิ เมื่อเวลา 10.14 น.
สิริอายุ 114 ปี พรรษา 62
สิ้นพระวิปัสสนา‘สมเด็จพระญาณวชิโรดม’
สมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ถนนสุขุมวิท 101 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชน
ท่านเป็นพระภิกษุที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนาและทำสมาธิเพื่อฝึกจิตให้มั่นคง
หลวงพ่อวิริยังค์ มีโอกาสครั้งสำคัญสุดในชีวิต คือ การออกเดินธุดงค์กับหลวงปู่มั่นภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า สองต่อสองถือเป็นโอกาสอันสำคัญที่หลวงพ่อวิริยังค์ ได้ปฏิบัติสมาธิให้พัฒนามากยิ่งขึ้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา หลวงพ่อวิริยังค์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม
มรณภาพด้วยอาการสงบด้วยโรคชรา วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 07.32 น.
สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 15 วัน 80 พรรษา
คารวาลัย ‘หลวงปู่นะ ฐิตปัญโญ’
พระครูปทุมชัยกิจ หรือ หลวงปู่นะ ฐิตปัญโญ เจ้าอาวาสวัดปทุมธาราม (หนองบัว) อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทายาทศิษย์พุทธาคมสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ด้วยการสร้างศาลาการเปรียญ, สร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม, สร้างฌาปนสถานแบบมาตรฐาน พร้อมเตาเผาอย่างดี, สร้างอาคารปริยัติธรรมภิกษุ-สามเณร ฯลฯ
ด้านวัตถุมงคล อาทิ เหรียญนารายณ์ทรงครุฑ, สมเด็จ บัวไขว้ข้างอุ, เหรียญรูปไข่ รุ่นรวยลาภ-รวยยศ, ผ้ายันต์หนุมานประสานกาย เป็นต้น ล้วนแต่ได้รับความนิยมจากสาธุชน
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง กลางดึกคืนวันที่ 10 มี.ค. 2563 มีอาการหัวใจหยุดเต้น ขณะนอนรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อที่วัด คณะศิษย์รีบนำส่งโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร
คณะแพทย์พยายามยื้ออาการสุดความสามารถ และมรณภาพอย่างสงบ เวลา 05.30 น. วันที่ 10 มี.ค. 2563
สิริอายุ 104 ปี พรรษา 83
‘หลวงพ่อมาลัย’ พระอาจารย์จอมโจรตี๋ใหญ่
“พระครูอุทัยธรรมสาคร” หรือ “หลวงพ่อมาลัย อุทโย” พระเกจิ ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน เจ้าคณะตำบลท่าฉลอม และเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
แม้กระทั่งจอมโจรชื่อดังในอดีต “ตี๋ใหญ่” ยังเข้ามาพึ่งใบบุญขอเครื่องรางของขลัง และฝากตัวเป็นศิษย์ เชื่อว่าทำให้รอดพ้นแคล้วคลาดจากการ ถูกจับกุมอย่างเหลือเชื่อ
นอกจากเป็นพระเกจิ ยังมีความชำนาญภาษารามัญ อีกทั้งเป็นพระ นักพัฒนา สร้างถาวรวัตถุภายในวัดมากมาย เช่น อุโบสถหลังใหญ่ เมรุเผาศพ ศาลาการเปรียญที่มีเอกลักษณ์ศิลปะรามัญ โดยมีลูกศิษย์ ลูกหาที่เป็นทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวรามัญ ให้ความนับถือ
มรณภาพด้วยโรคมะเร็งกระเพาะ เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 17.08 น. สิริอายุรวม 80 ปี พรรษา 55
หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 ที่ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
‘ครูบาดวงดี ยติโก’ พระเถระล้านนา
“พระครูมงคลยติคุณ” หรือ “ครูบาดวงดี ยติโก” พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีพรรษาสูง เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านอำเภอหางดงและชาวเชียงใหม่ ดำเนินแบบแผนตามรอยครูบาอินตา สุทธิโก ในฐานะเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน) ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่
เป็นพระนักพัฒนา และยังเป็นหมอยาแผนโบราณอีกด้วย โดยสมัยก่อนทำยาแผนโบราณได้หลายอย่าง ตั้งแต่ไปเก็บว่านสมุนไพรต่างๆ ในป่า แล้วนำมาคั่วและบดทำเองทุกขั้นตอน รักษาชาวบ้านหายมานักต่อนักแล้ว จนเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านอำเภอหางดงและชาวจังหวัดเชียงใหม่
ช่วงบั้นปลายชีวิตมีอาการอาพาธบ่อยครั้ง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ
กระทั่งช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 2563 มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 105 ปี พรรษา 82
‘หลวงพ่อหวล ภูริภัทโท’ พระเกจิกรุงเก่าล่วงลับ
“พระพุทไธศวรรย์ วรคุณ” หรือ “หลวงพ่อหวล ภูริภัทโท” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา
พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่ต้องนิมนต์หลวงพ่อหวล ทำหน้าที่ นั่งปรกอธิษฐานจิต
เป็นพระเกจิอาจารย์เจ้าตำรับวัตถุมงคลเหล็กไหลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป
วัตถุมงคลเหล็กไหลได้รับการกล่าวขวัญ
สร้างวัตถุมงคลประเภทเหรียญรุ่นแรก มีประสบการณ์โด่งดังแพร่สะพัดไปทั่วตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 ส่วนปัจจัยที่ได้รับบริจาคจะนำไปพัฒนาวัดและส่งเสริมด้านการศึกษาทั้งสิ้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันศุกร์ที่ 11 ธ.ค. 2563 มรณภาพอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
สิริอายุ 91 ปี พรรษา 70