พระธัมมวิตักโกภิกขุ – “วันพุธที่ 8 ม.ค. 2564 น้อมรำลึกครบรอบ 50 ปี แห่งการละสังขาร พระธัมมวิตักโกภิกขุ” หรือ “พระยานรรัตนราชมานิต” วงการพระเครื่องเรียกว่า “เจ้าคุณนรฯ”
เดิมชื่อ ตรึก จินตยานนท์ เกิดที่หลังวัดโสมนัสวิหาร อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.พ. 2440 เป็นบุตรคนโตของพระนรราชภักดี (ตรอง จินตยานนท์) มารดาชื่อ ภุก จินตยานนท์
เมื่อเจริญวัยขึ้น ได้เข้าศึกษาวิชาเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดโสมนัสฯ จนจบชั้นประถม (ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในสมัยนั้น) และได้เข้าศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรฯ
สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมด้วยการสอบได้ที่ 1 ของสนามสอบ ทั้งนี้ การสอบในสนามสอบในสมัยนั้น เป็นการสอบรวมกันหลายโรงเรียน โดยใช้ข้อสอบเดียวกัน อาจจะกล่าวได้ว่าท่านสอบได้ที่ 1 ของประเทศในสมัยนั้น และได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ปัจจุบัน คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์
สำหรับการเรียนวิชารัฐศาสตร์ จบด้วยการสอบไล่ได้ที่ 1 ของชั้นเรียน ภายหลังจากการที่ท่านศึกษาอยู่ในปีสุดท้าย นักศึกษาในปีนั้นต้องเข้ารับการซ้อมรบเสือป่าในฐานะนักเรียนเสือป่ารักษาพระองค์ และในการซ้อมรบครั้งนี้เองทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป เดิมนั้นต้องการเป็นข้าราชการปกครอง กลับต้องมาเป็นข้าราชการในสำนัก เพียงเพราะล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เห็นท่านรูปร่างเล็ก จึงรับสั่งถามว่า “ตัวเล็กๆ อย่างนี้ถ้าเกิดข้าศึกดักทำร้ายแล้วจะสู้เขาไหวหรือ”
จึงกราบบังคมทูลว่า “ต้องขอลองสู้ดูก่อน ส่วนจะไหวหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งขอรับ”
ถ้อยคำกราบบังคมทูลในครั้งนั้นเป็นที่พอพระราชหฤทัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 มาก
หลังจากซ้อมรบเสือป่าเสร็จสิ้นแล้วก็ทรงโปรดให้เป็นฝ่ายในและโปรดเกล้าฯ ให้เข้าไปรับใช้ประจำห้องบรรทมในที่สุด
ด้วยความจงรักภักดีที่ท่านมีต่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ท่านจึงปฏิบัติรับใช้ด้วยความขยันและซื่อสัตย์จนเป็นที่โปรดปรานของล้นเกล้าฯ จนได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาพานทองที่ พระยานรรัตนราชมานิต เมื่อปี พ.ศ.2462 (ขณะนั้นท่านอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น) และได้รับพระราชทานสายสะพาย ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
ต่อมา เมื่อรัชกาลที่ 6 สวรรคต เจ้าคุณนรฯ อุปสมบทในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็น พระราชกุศล ณ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะที่บวช เจ้าคุณนรฯ มีอายุ 28 ปี
โดยครั้งแรกนั้นท่านลาบวชเพียงพรรษาเดียว จากนั้นท่านก็ผัดเป็นสองพรรษา สามพรรษา สุดท้ายท่านก็ไม่ยอมลาสิกขา
ท่านยังให้ความสำคัญในการออกรับบิณฑบาตตอนเช้ารวมทั้งการลงโบสถ์ การสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น อย่างเคร่งครัด
จนกระทั่งถึงแก่กาลมรณภาพ วันที่ 8 ม.ค.2514 สิริอายุ 74 ปี พรรษา 46
ดังนั้น ทุกวันที่ 8 ม.ค.ของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันมรณภาพ