สระแก้ว – นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เผยหลังจากความสำเร็เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 เกษตรกรที่เป็นสมาชิกในโครงการ สามารถผลิตโคเนื้อได้มากถึง 685 ตัว แพะอีก 421 ตัว นำไปต่อ ยอดให้กับสมาชิกรายใหม่ได้อีก 157 ราย แบ่งเป็นโคเนื้อ 137 ราย แพะอีก 20 รายโดยตลอด 3 ปีตั้งแต่เริ่มโครงการโคบาลบูรพา กรมปศุสัตว์ใช้หลักการตลาดนำการผลิต จึงทำให้สมาชิกเลี้ยงโคลูกผสมยุโรปที่มีเนื้อคุณภาพสูง สามารถจำหน่ายโคเนื้อตัวผู้ไปได้แล้วมากกว่า 1,000 ตัว มีเม็ดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 40 ถึง 50 ล้านบาท โดยมีสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อเป็นตลาดกลางหลักในการกำหนดราคา
นายวรวุฒิ สวามิ สมาชิกโครงการกลุ่มอำเภอวัฒนานคร เป็นกลุ่มเลี้ยงโคเนื้อ และสมาชิกในอำเภอตาพระยา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก ส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรโดยมีราคาซื้อขายเป็นกลาง และมีตลาดรองรับอย่างน้อยเดือนละครั้ง ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ข้าวยากหมากแพง การเงินฝืดเคือง เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ จะสามารถพยุงตัวเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน
ขณะเดียวกัน ญาติพี่น้องที่ตกงานในช่วงต้นปีที่มีการล็อกดาวน์ประเทศ ก็ให้ความสนใจหันไปเลี้ยงโคเนื้อเพิ่มขึ้น เพราะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี ราคาซื้อขายก็มาตรฐานเหมือนกันทั้งหมด ราคาวัวตัวหนึ่ง ถ้าเราสามารถเลี้ยงจนเติบโต น้ำหนักจะประมาณ 250-300 กิโล ราคาที่เราขายโคเนื้อนี้ก็จะได้ตัวละไม่ต่ำกว่า 25,000 -30,000 บาท/ตัว สามารถเลี้ยงเป็นอาชีพ ได้เลย