อินโดฯติดโควิดสูงสุด-เฉียด9แสน – วันที่ 16 ม.ค. รอยเตอร์รายงานสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 แพร่ระบาดในประเทศอินโดนีเซีย ว่า กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเปิดเผยว่าพบผู้ป่วยใหม่อีก 12,818 คน ถือเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ และเป็นวันที่สี่ ที่มีผู้ป่วยเกินหมื่นคนติดต่อกัน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 882,418 คน และเสียชีวิตแล้ว 25,484 ราย
วันเดียวกัน อินเดียเริ่มหนึ่งในโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านยาและวัคซีนของอินเดียอนุมัติใช้วัคซีน 2 ตัว คือโควิชิลด์ของบริษัทแอสตรา เซเนกา ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ และโควาซินโดยบริษัทภารัตไบโอเทคของอินเดีย ตั้งเป้าว่าจะฉีดให้ประชาชนราว 300 ล้านคนภายในเดือนก.ค.2564 เริ่มจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 10 ล้านคน ตามด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จากนั้นเป็นผู้สูงวัยและผู้ป่วย
เกาหลีใต้ขยายคุมระยะห่างอีก 2 สัปดาห์
นายกรัฐมนตรีชุง เซคยุน ของเกาหลีใต้ แถลงขยายมาตรการคุมเข้มระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 ในกรุงโซล และระดับ 2 ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศเพิ่มอีก 2 สัปดาห์ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 18 ม.ค.นี้ เพื่อเร่งยับยั้งการระบาดของโควิด-19 หลังมีผู้ติดเชื้อเกิน 500 คนต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า กับตัวเลขล่าสุด 579 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 71,820 คน และเสียชีวิต 1,236 ราย
นอร์เวย์ตรวจเข้มผู้รับวัคซีน-สูงวัยเสียชีวิต
หน่วยสาธารณสุขของนอร์เวย์แถลงปรับข้อแนะนำสำหรับบุคคลที่จะเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต่อเนื่องจากกรณีแถลงเมื่อ 14 ม.ค. ว่ามีผู้สูงวัย 23 ราย เสียชีวิต หลังได้รับวัคซีนไฟเซอร์-บิออนเทคไม่กี่วัน โดยทั้งหมดเป็นผู้ป่วยในศูนย์ดูแลคนชรา มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป และ 13 รายที่เสียชีวิตมีอาการของผลข้างเคียง
นายไซนาร์ เมตเซน ผอ.สำนักงานแพทย์นอร์เวย์ กล่าวว่าแพทย์ต้องเพิจารณาเลือกผู้ฉีดวัคซีนอย่างระมัดระวัง บุคคลที่มีสุขภาพอ่อนแอมากๆ สามารถฉีดได้หากผ่านการประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ด้านโฆษก ไฟเซอร์กล่าวว่าจะตรวจสอบกรณีในนอร์เวย์ว่าเป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอาการป่วย และบางคนเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย