นิ่วในถุงน้ำดีสลายไม่ได้-ต้องผ่า – ‘การสลายนิ่ว’ ไม่สามารถใช้กับโรคนิ่ว ในถุงน้ำดีได้
หลายคนอาจจะเคยได้ยินวิธีการรักษานิ่วที่เรียกว่า ‘การสลายนิ่ว’ ซึ่งเป็นการยิงคลื่นเสียงเข้าไปที่ก้อนนิ่ว เพื่อให้นิ่วแตกเป็น ก้อนเล็กๆ หรือแตกจนสลายไป และออกมาพร้อมกับปัสสาวะ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องดมยาสลบ แต่การสลายนิ่วนั้น ไม่สามารถใช้กับโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้
โดย นพ.วีรยุทธ เอื้อวิเศษวงศ์ ศัลยแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า นิ่วมีหลายประเภท ขึ้นกับลักษณะการเกิดและอวัยวะที่เกิด ซึ่งแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน นิ่วที่เราพบได้บ่อย และผู้ป่วยมักมีความสับสน คือนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
1.นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากความไม่สมดุลขององค์ประกอบของน้ำดี มักสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะทำให้เกิดการตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วอยู่ในถุงน้ำดี
2.นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ แบ่งตามตำแหน่งที่อยู่ของนิ่วได้แก่ นิ่วในไต นิ่วใน ท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และนิ่วในท่อปัสสาวะ เกิดจากตัวถูกละลายมีความเข้มข้นมากกว่าตัวทำละลาย จนทำให้ตกตะกอนเป็นก้อนนิ่ว
วิธีการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก เป็นการรักษานิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นหนึ่งในวิธีการรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ไม่เหมาะกับการนำมารักษานิ่วในถุงน้ำดี เนื่องจากหลักการของการยิงคลื่นกระแทกเข้าไปสลายนิ่วจะทำให้ก้อนนิ่วแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งข้อแม้คือนิ่วที่แตกออกต้องอยู่ในส่วนที่สามารถขับออกมาจากร่างกายได้ เช่น ขับออกมาทางปัสสาวะ
ดังนั้น หากนำมาใช้ในการสลายนิ่วในถุงน้ำดี จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เนื่องจากสลายไปแล้ว ก้อนนิ่วที่แตกเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ไม่สามารถถูกขับออกจากถุงน้ำดีได้ และยังสามารถก่อให้เกิดอาการจากนิ่วได้เหมือนเดิม
นพ.วีรยุทธกล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี คือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ ภาวะถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะตาเหลือง ตัวเหลือง ภาวะท่อน้ำดีอักเสบ ภาวะตับอ่อนอักเสบ
สำหรับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกไม่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจากถุงน้ำดีเป็นเพียงที่กักเก็บน้ำดีเท่านั้น เมื่อผ่าตัดออกไป น้ำดียังคงถูกผลิตมาจากตับเช่นเดิม
ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Single Port ซึ่งเป็นการผ่าตัดส่องกล้องรูเดียว คนไข้จะมีแผลเล็กที่สะดือเพียงตำแหน่งเดียว ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อน้อย ไม่มีรอยแผลเป็น เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดส่องกล้องแบบดั้งเดิมเพราะจำนวนแผลจะน้อยลงกว่าการส่องกล้องปกติ 2-3 แผล ทำให้ฟื้นตัวไวมากขึ้น