หลวงพ่อสว่าง อุตตโร – วันจันทร์ที่ 1 ก.พ. 2564 น้อมรำลึกครบรอบ 44 ปี มรณกาล “พระวิบูลวชิรธรรม” หรือ “หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” แห่งวัดท่าพุทรา ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองกำแพงเพชร

มีนามเดิมว่า สว่าง เจริญศรี เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย. 2426 ที่บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

เมื่อเกิดได้เพียง 5 วัน มารดาของท่านก็เสียชีวิต ย่างเข้าสู่วัยเยาว์ ท่านมีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ท่านก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้น จากขุนเจริญสวัสดิ์บิดาของท่าน อายุ 13 ขวบ บิดาเสียชีวิตลง

เนื่องจากบิดาเป็นผู้มีความสามารถเฉลียวฉลาด มีคนเคารพนับถือทั้งในหมู่บ้านและภูมิลำเนาใกล้เคียง

ต่อมา ญาติสนิทได้นำไปฝากกับหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตปมญาณ) วัดหัวดงเหนือ ต.หัวดง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

ในสมัยนั้น วัดหัวดงเหนือ เป็นสำนักเรียนอักขระสมัยมูลกัจจายน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์ และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือ เป็นเวลานาน 7 ปี มีพระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน

ครั้นอายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพุธที่ 3 ธ.ค. 2445 ที่พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า อุตตโร

ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและบาลีอยู่ที่สำนักเรียนวัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และได้กลับมาอยู่กับหลวงพ่อเผือก ที่วัดหัวดงเหนือ จ.นครสวรรค์ ตามเดิม ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย จากพระครูสวรรค์วิถี (พระอาจารย์สด) ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว จ.นครสวรรค์ เป็นเวลา 2 พรรษา

ต่อมา พระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดท่างิ้วได้มรณภาพ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสแทน

ในปี พ.ศ.2468 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษณ์บุรี กิ่งอำเภอแสนตอ จ.กำแพงเพชร พ.ศ.2468 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูวิบูลวชิรธรรม

ในปี พ.ศ.2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุงและชาวตำบลท่าพุทรา ได้อาราธนาหลวงพ่อสว่าง ให้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้าย

พ.ศ.2501 ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิบูลวชิรธรรม

จากความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ที่เข้มขลัง รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลที่เข้มขลังอย่างล้นหลาม

จัดสร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมือนขนาดต่างๆ นอกจากเหรียญวัตถุมงคล ยังมีผ้ายันต์ ธงทิว และยันต์หนังเสือ เป็นต้น

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมคือ พระผงว่าน 108 ชนิด ผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า จัดสร้างในปี พ.ศ.2480-2483 เมื่อครั้งอยู่จำพรรษาที่วัดท่างิ้ว

เคยมอบให้ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี นำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ท่านสร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง

ช่วงปัจฉิมวัยอาพาธบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยปริปากให้ใครทราบ

สุดท้ายถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ วันอังคารที่ 1 ก.พ. 2520 เวลา 14.30 น.

สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน