กก.สมานฉันท์ลุ้นฝ่ายค้านร่วมวง – เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์วันนี้จะมีการแต่งตั้งตำแหน่งเพิ่มเติม และร่วมกันหารือว่าสัดส่วนกรรมการที่ยังขาดอยู่ ทั้งฝ่ายค้าน และผู้ชุมนุม จะพิจารณากันอย่างไร นอกจากนี้ จะมีการวางแผนการทำงานทั้งหมดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยคณะกรรมการได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา อยู่เป็นระยะ
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเข้าร่วมของพรรค ฝ่ายค้าน และผู้ชุมนุม นายเทอดพงษ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับเขาบ้างแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลา แต่มีความเป็นไปได้ที่จะตอบรับ เพราะเป็นงานร่วมกันของรัฐสภา หากมาร่วมกันได้ก็ดี
ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. เปิดเผยว่า ตนได้ส่งจดหมายอีเอ็มเอสขอให้คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)สอบนายชวน ที่ออกประกาศตั้ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ตามประกาศรัฐสภา ลงวันที่ 11 ม.ค.2564 ซึ่งเป็นประกาศของฝ่ายนิติบัญญัติ จะเป็นการใช้อำนาจ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากพล.อ.ชัยชาญไม่ใช่ ส.ส. และตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2551 เคยวางบรรทัดฐานไว้แล้วในเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ที่ห้าม ส.ส.ไปเป็นกรรมการในฝ่ายบริหาร ตามหลักการดังกล่าว รัฐมนตรีที่ไม่ใช่ ส.ส.ต้องไม่ไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ
ดังนั้น การที่นายชวนตั้งรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ส.ส.ให้มาเป็นกรรมการในฝ่ายนิติบัญญัติ จึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 การอ้างมาตรา 80 วรรคสี่ จึงอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 234 (1) ซึ่งอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. ทั้งนี้ เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่ว่ากรรมการสมานฉันท์ได้ประชุมไปแล้วสองครั้งเมื่อวันที่ 18 และ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวคงมีการจ่ายเบี้ยประชุมด้วย ซึ่งเป็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หาก ไม่ชอบก็ต้องมีการเอาผิดตามกฎหมายและเรียกคืนเงินที่รับไปแล้ว ซึ่งถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่า นายชวนแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 วรรคสี่ ทุกประการ ไม่มีอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 ประกอบมาตรา 184 เกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะมาตรา 184 ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ใช้บังคับในกรณีที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีให้เป็นกรรมการในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของสภา หรือเป็นกรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
“นายเรืองไกรควรแยกให้ออกคำว่าประโยชน์ของส่วนรวมกับประโยชน์ของส่วนตน หากการใช้ตำแหน่งไปในทางที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปแสวงหาประโยชน์ นั่นคือการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แต่คณะกรรมการสมานฉันท์เป็นกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประเทศ พล.อ.ชัยชาญ เข้าทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ ต่างจากนายเรืองไกร ที่ถือว่าเป็นการร้องที่ขัดต่อประโยชน์ของประเทศหรือไม่ ประชาชนดูออกและตัดสินได้”นายราเมศ กล่าว