เย้ยตู่น้ำท่วมปาก-รัฐประหารพม่า – วันที่ 3 ก.พ. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีเกิดกระแสวิจารณ์การรัฐประหารในเมียนมา เทียบเคียงกับการรัฐประหารปี 2557 ในประเทศไทยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม น้ำท่วมปาก พูดถึงการรัฐประหารในเมียนมาลำบาก เพราะจะย้อนเข้าตัว จึงมีเพียงเครือข่ายลิ่วล้อ ติ่งการทำปฏิวัติรัฐประหารออกมาไอโอโฆษณาชวนเชื่อ พยายามตะแบงว่าการรัฐประหารในเมียนมา มาจากคนละสาเหตุกับการรัฐประหารในประเทศไทย ทั้งที่รูปแบบการรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์ที่หมุนวนซ้ำซากเหมือนกัน ตั้งแต่เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ เอาเปรียบพรรคอื่น พอแพ้เลือกตั้งจากกติกาที่เขียนเอง ก็รัฐประหารล้มการเลือกตั้ง อ้างจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน 1 ปีจะคืนอำนาจให้ประชาชน จัดการเลือกตั้ง
“ถามว่าตรงไหนที่ต่างกับการรัฐประหารในประเทศไทย แม้แต่การกล่าวหานักการเมืองโกงที่มอบหมายให้ลิ่วล้อในคราบสื่อ รับงานกันเป็นกระบวนการในประเทศไทย ทหาร เมียนมาก็อาจนำไปเป็นต้นแบบ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจมาเพื่อปราบโกง ทำไม 7 ปี อันดับการปราบโกงประเทศถึงตกต่ำลงตลอด ใจคอจะอยู่ 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ ปลุกผีความเกลียดชังไปตลอดเลยหรือ” นายอนุสรณ์กล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็น ดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ระบุถึงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อการรัฐประหารในเมียนมา และเหตุการณ์ประท้วงหน้าสถานทูตเมียนมา โดยเตือนให้สื่อมวลชนเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง ไม่อยากให้ขยายความขัดแย้ง เพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบทั่งจนเสียประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและประชาชนที่เป็นเพื่อนบ้านกัน โดยโยนให้เป็นเรื่องของอาเซียนดำเนินการ
ขณะที่ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.ก้าวไกล ระบุว่าการนิ่งเฉยต่อการรัฐประหารใน เมียนมา และการใช้กำลังสลายการชุมนุมและจับกุมดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เลือกปกป้องและยืนอยู่ข้างระบอบเผด็จการ และการรัฐประหารในเมียนมา
และไม่มีเหตุผลใดชอบธรรมในการใช้กำลังโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง