แนวคิด‘จันทร์นภา สายสมร’ – ยังยืนหยัดเป็นเบอร์ 1 ตลาดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะต้องฝ่ามรสุมลูกโต กับโควิด-19 ที่ทำเอาทีแรก ผู้บริหารมาดเท่ ‘คุณจันทร์’ จันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘ลามิน่า’ หนักใจอยู่ไม่น้อย

แต่ด้วยประสบการณ์ในตลาดฟิล์ม กรองแสงติดรถยนต์มายาวนาน ช่วยให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้แบบไม่น่าหนักใจมากนัก เรามาฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมาดเท่กันว่าทำได้อย่างไร
ผลกระทบจากโควิด-19
เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมา ปีนี้เข้าปีที่ 26 แล้ว โดยเฉพาะในเดือนมี.ค. ถึง เม.ย. ที่ค่อนข้างวิกฤตยอดขายลามิน่าตกลงไปถึง 55% ทำให้ต้อง เตรียมแผนงานไว้รองรับ ปรับตัวตลอด และต่อเนื่อง แต่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 คือสุขภาพของพนักงาน บริหารจัดการด้านสุขอนามัย พร้อมทั้งดำเนินการทุกอย่างตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ให้ความมั่นใจกับพนักงานทุกคนว่า บริษัทเราไม่มีแผนในการลดคน หรือลดเงินเดือน

ภาพรวมยอดขายลามิน่า
ในปี 2563 เติบโตเหนือตลาด คือตลาดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ ตลาดหลักคือรถยนต์ใหม่ป้ายแดง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วหดตัวไป 21% ตลาดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์หดตัวไป 18% แต่ลามิน่ายอดขายหดตัวเพียง 14% ซึ่งถือว่าน่าพอใจอย่างมาก อยู่ที่ 700 ล้านบาท เป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่าย และดีลเลอร์รถยนต์ ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ลามิน่าอย่าง ต่อเนื่อง
ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ลามิน่าไว้ที่ 770 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% ขณะที่ตลาดรวมฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์โดยรวมในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาท หรือเติบโตได้ประมาณ 6% แต่ต้องจับตามองการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่าจะจบลงได้ช้าเร็วแค่ไหน

กลยุทธ์การตลาดในปีนี้
ให้ความสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ แต่ที่ผ่านมาพบว่าการบอกต่อของลูกค้าได้ผลดีที่สุด พร้อมกันนี้ยังติดอาวุธในการแข่งขันด้วยกิจกรรม ส่งเสริมการขาย รวมถึงการนำเสนอสินค้าใหม่ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในปัจจุบัน ที่มีความต้องการหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ปีที่แล้วเปิดตัวฟิล์ม กรองแสงติดรถยนต์ลามิน่า ดิจิตอลซีเอ็ม ซีรีส์ เน้นคุณสมบัติกันความร้อน สัญญาณดิจิตอลสามารถ ผ่านได้ ได้รับการตอบรับ จากลูกค้าเป็นอย่างดี ปีนี้จะผลักดันต่อเนื่อง ส่วนร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 700 แห่งและโชว์รูมรถยนต์อีกประมาณ 1,500 แห่ง ยังพร้อมดำเนินธุรกิจเคียงข้างกันไป

กิจกรรมเพื่อสังคม
ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม ในปีนี้เราจะยังคงมีอยู่ แต่จะมุ่งเน้นที่เป็นโครงการหลัก เช่น โครงการ ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ใช้งบฯเท่าเดิม แต่กิจกรรมย่อยอื่นๆ ในปีนี้อาจจะต้องงดไปก่อน จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ดีขึ้นกว่านี้ เนื่องจากข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะการรวมตัวของจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม การเดินทางข้ามจังหวัด เป็นต้น