ห้ามหมิ่นนายพล!พม่าขู่คุกม็อบ – วันที่ 15 ก.พ. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศพม่าหรือเมียนมา หลังจากระบบบริการอินเตอร์เน็ตถูกตัดเกือบทั่วทั้งประเทศอีกครั้งเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ขณะเดียวกันกองทัพเมียนมานำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร รถถัง และยานพาหนะทางการทหาร เคลื่อนเข้าประจำการในกรุงเนปยีดอว์และนครย่างกุ้ง ก่อนโพสต์แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่าบุคคลใดก็ตามที่กระทำการกีดกันเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ อาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ส่วนบุคคลใดก็ตามที่ปลุกปั่นให้สังคมเกิดความหวาดกลัวและความไม่สงบเรียบร้อย มีระวางโทษจำคุก 3 ปี

นอกจากนี้ยังเตือนผู้ประท้วงว่าอาจได้รับโทษจำคุกสูงถึง 20 ปีหากขัดขวางเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ยังไม่รวมถึงโทษจำคุกระยะยาวและโทษปรับขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดฐานยุยงให้เกิดความเกลียดชังหรือหมิ่นประมาทแกนนำคณะรัฐประหาร ก่อให้เกิดกระแสหวาดวิตกว่าทางการจะยกระดับใช้กำลังปราบปรามการประท้วง

อย่างไรก็ตาม มวลชนจำนวนมากยังออกมารวมตัวเดินขบวนขับไล่กองทัพเมียนมาหลังก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ กันอย่างเนืองแน่นติดต่อกันเป็นวันที่สิบ หลายคนถือป้ายข้อความขับไล่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และยืนถ่ายรูปหน้ารถถัง อีกหลายคนยืนถ่ายรูป ชู 3 นิ้วกับรถบรรทุกของกองทัพที่มีเจ้าหน้าที่ทหารนั่งอยู่เต็มคัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและยิงใส่ฝูงชนในเมืองมยิจีนา เมืองหลักของรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือ เพื่อสลายการชุมนุมและยับยั้งกระแสข่าวลือที่ว่าทางการสั่งปิดเครือข่ายเชื่อมต่อที่ใช้ในการจ่ายกระแสไฟฟ้า เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. ด้านนักข่าวเปิดเผยว่า ยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางหรือกระสุนจริง ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งเผยแพร่ภาพผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งจากการสลายการชุมนุมในเมือง มยิจีนา และว่านักข่าวอย่างน้อย 5 คนที่ร่วมสังเกตการณ์การประท้วงถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไป

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรปประจำเมียนมา ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรงและหยุดทำร้ายประชาชน “เราขอเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงละเว้นการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมประท้วงการโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่ชอบด้วยกฎหมายของพวกเขา”

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงย้ำเตือนทางการ เมียนมาให้เคารพในสิทธิและเสรีภาพของการชุมนุมอย่างสันติและไร้การตอบโต้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาอนุญาตให้นางคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติประจำเมียนมาเดินทางเข้าประเทศเพื่อประเมินสถานการณ์ ส่วนนายทอม แอนดรูว์ส เจ้าหน้าที่ทูตพิเศษยูเอ็น ทวีตว่าความพยายามของกองทัพในการควบคุมการประท้วงถือเป็นสัญญาณของความสิ้นหวัง และเป็นการประกาศสงครามต่อต้านประชาชน

ยกพล – ทหารเมียนมาเคลื่อนพลเข้าประจำการในกรุงเนปยีดอว์ เพื่อรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจ ขณะเดียวกันกองทัพเตือนผู้ชุมนุมว่าอาจต้องโทษจำคุกจากการขัดขวางเจ้าหน้าที่ รวมทั้งหมิ่นประมาทนายพลแกนนำรัฐประหาร (รอยเตอร์)

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน