คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
ความช่วยเหลือที่โกลาหล – หลังรัฐบาลเปิดให้สามารถลงทะเบียนเราชนะ สำหรับกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ตโฟน ทำให้ไม่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเป๋าตังได้
เพื่อรับสิทธิ์เงินเยียวยาเดือนละ 3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน รวมทั้งสิ้น 7,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดให้กลุ่มอื่นๆ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ไปก่อนแล้ว
ในครั้งนี้เปิดให้กลุ่มที่มีเฉพาะบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและระบบบริการอื่นๆ
เป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับความช่วยเหลือเยียวยา
ในวันที่เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์วันแรก ปรากฏว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างน่าสลดหดหู่ ประชาชนกลุ่มนี้ต่างพากันตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เดินทางระยะไกลไปแสดงตน ระหว่างรอต่อแถวก็ปรากฏว่ามีผู้เป็นลมหมดสติไปหลายคน เพราะแดดที่ร้อนจ้า
ขณะเดียวกัน ที่ธนาคารซึ่งรัฐจัดให้เป็นสถานที่แสดงตนลงทะเบียนเช่นกัน บางแห่งปรากฏว่าไม่สามารถให้บริการอย่างเป็นมิตรและเอาใจใส่ มีการต่อว่าด้วยเสียงอันดัง จนเสียบรรยากาศ ทำให้เกิดความน้อยอกน้อยใจของผู้รับบริการตามมา
บางแห่งถึงขนาดล้นออกมานอกธนาคาร ยืนออรอกันเป็นจำนวนมากจนต้องปิดถนน บางแห่งก็ให้บริการอย่างจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ทำได้ไม่ทั่วถึง ต้องเดินทางมาอีกครั้ง
สะท้อนการบริหารจัดงานที่ไม่มีความพร้อม
แม้รัฐบาลจะขยายเวลาออกไป และย้ำว่าประชาชนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องรีบลงทะเบียน หากคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ก็ได้รับสิทธิทุกคน โดยกระทรวงการคลังได้ขยายเวลาการลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 5 มี.ค.
โดยธนาคารกรุงไทยเปิดให้ติดต่อลงทะเบียนได้ที่สาขาธนาคารรวม 1,023 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงจุดบริการพิเศษจำนวน 871 จุดทั่วประเทศในสถานที่ราชการต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ภาพความแออัดยัดเยียดยืนรอคิวตากแดดยาวเหยียดในหลายพื้นที่ มองอีกแง่มุมก็ให้สะท้อนใจว่าการหยิบยื่นความช่วยเหลือจากรัฐทำไมถึงต้องสร้างภาระให้ประชาชนด้วย
ทั้งๆ ที่เป็นจากภาษีของประชาชนที่รัฐบาลเพียงผู้นำมาจัดสรรให้