โรงแรมยังสาหัส – การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากจีน
ช่วงหลังตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวจากยุโรปและญี่ปุ่น เป็นนักท่องเที่ยวจีน โดยล่าสุดปี 2019 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า 12% ของ GDP มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 (หรือ 28%) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยมีสัญญาณชะลอลงจากการหันมาเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากนโยบายของทางการจีนที่ส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านการสนับสนุนอุปสงค์ในด้านต่างๆ (Dual Circulation Strategy) ในระยะต่อไป
โอกาสที่จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยกว่า 10 ล้านคน ดังเช่นช่วงก่อนโควิด-19 อาจเป็นไปได้ยากในเร็วๆ นี้ และนับเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเริ่มมีสัญญาณ Oversupply มาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลางและประหยัด ขยายตัวสูงเกินกว่า 10% ต่อปี ขณะที่โรงแรมหรูขยายตัวเพียง 6% ต่อปี และมีสัดส่วนในตลาดลดลงจาก 40% เหลือ 35% ในตลาดโรงแรมปี 2018
สาเหตุที่โรงแรมระดับกลางและราคาประหยัดมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเป็นผลทั้งจาก 1. กลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ที่มาไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นนักท่องเที่ยวในเอเชียโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มักเดินทางมากับกรุ๊ปทัวร์ และเน้นท่องเที่ยวแบบประหยัดมากกว่าการพักหรูอยู่สบาย
2. การขยายตัวของแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว (E-Tourism Platform) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงโรงแรมต่างๆ ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกสองของโควิด-19 และความล่าช้าของการกระจายวัคซีน ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวตลอดปี 2021 ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี 2021 คาดว่าจะอยู่ที่เพียง 34% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าอัตราการเข้าพักในช่วงก่อนโควิด-19 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 71% ถึงกว่าครึ่งหนึ่ง และมีห้องพักปล่อยว่างถึง 2 ใน 3 หรือเฉลี่ย 540,000 ห้องต่อวัน
ทำให้ธุรกิจโรงแรมรายได้หดหายกว่า 70% และมีปัญหา หนี้เสียในภาคธนาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มที่พักขนาดเล็กที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสีย พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2020
อาจส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมราวครึ่งหนึ่งจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรือจำต้องปิดตัวถาวร