พม่าดับพุ่ง-ลุ้นซูจีขึ้นศาล – วันที่ 28 ก.พ. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงใช้ความรุนแรงสลายชุมนุม ทั่วประเทศ มีรายงานว่าผู้ประท้วงเสียชีวิตในทวาย เมืองท่าชายฝั่งทางใต้อีกอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 20 คน และที่นครย่างกุ้งมี ผู้ประท้วงเสียชีวิตอีก 1 ราย รวมถึงที่เมืองพะโคหรือหงสาวดีมี ผู้เสียชีวิต 2 ราย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่คณะรัฐประหารยกระดับความรุนแรงปราบม็อบ ตำรวจและทหารยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตาและ ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และบางแห่งยิงกระสุนจริง
● ยูเอ็นยึดทูตชู 3 นิ้ว-ผู้แทนเมียนมา
ความรุนแรงดังกล่าวเกิดต่อเนื่องจากวันเสาร์ที่ 27 ก.พ. ซึ่ง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงคุมขังนักข่าวที่พยายามถ่ายภาพบันทึกข้อมูลการชุมนุม รวมถึงช่างภาพจากสำนักข่าวเอพีในนครย่างกุ้ง บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยสำคัญของย่างกุ้ง ตำรวจขว้างระเบิดมือหลายลูกเพื่อสลายฝูงชน พร้อมกวาดจับผู้ประท้วงเพิ่มภายในวันเดียว 479 คน การใช้ความรุนแรงดังกล่าวแสดงถึงการไม่ฟังเสียงทัดทานจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ โดยเฉพาะเมื่อนายจอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติกล่าวถ้อยแถลงขอร้องให้โลกช่วยเหลือเมียนมาต่อต้านรัฐประหาร และกล่าวเป็นภาษาเมียนมาให้ชาวเมียนมาเดินหน้าสู้ต่อไป พร้อมชู 3 นิ้วเป็นสัญลักษณ์
ต่อมาสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เอ็มอาร์ทีวีประกาศว่า นายจอ โม ตุน ถูกถอดจากตำแหน่งทูตประจำยูเอ็นแล้ว เพราะกระทำการทรยศประเทศชาติ แต่นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็นระบุว่า ยูเอ็นยังไม่ได้รับแจ้งใดๆ จากรัฐบาลเมียนมา ว่าทูตจอ โม ตุน ถูกไล่ออก จึงทำให้ทูตท่านนี้ยังเป็นผู้แทนของเมียนมาอยู่ ส่วนตัวทูตประกาศจะต่อสู้ต่อไป
สำหรับนางออง ซาน ซู จี และแกนนำรัฐบาลพลเรือนยังคงถูกคณะรัฐประหารกักขังที่บ้านพักในกรุงเนปยีดอว์ โดยผู้นำหญิงมีกำหนดพิจารณาคดีจากศาลในวันที่ 1 มี.ค. หลังถูกตั้งข้อหา ครอบครองวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนมาตรการสกัด โควิด-19 จากการจัดงานหาเสียงเลือกตั้ง