จี้แก้น้ำเค็มเจ้าพระยา-บางปะกง – กทม. – เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ห้องประชุมเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง โดยมี นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมประชุม พร้อมตรวจสภาพพื้นที่เขื่อนพระรามหกติดตามสถานการณ์น้ำ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กอนช.รายงานว่าช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาเกินเกณฑ์มาตรฐานในการผลิตน้ำประปา ส่งผลกระทบกับการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชน ซึ่งหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกอนช.บูรณาการความร่วมมือ ทำให้แก้ไขปัญหาลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยช่วงเดือนนี้ยังมีภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุดอีก 2 ครั้ง ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ช่วงวันที่ 9-12 มี.ค. และ 26-28 มี.ค. จึงมอบหมายให้กรมชลประทานร่วมกับการประปานครหลวงบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่วนการนำน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยผลักดันและเจือจางน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า กอนช.กำหนดมาตรการดำเนินการ ดังนี้ 1.แม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยาที่ไม่กระทบปริมาณน้ำสำรองต้นฤดูฝน และการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองไม่เกิน 500 ล้านลบ.ม. รวมทั้งการควบคุมการสูญเสียน้ำระหว่างทางและควบคุมการระบายน้ำเสีย

2.แม่น้ำท่าจีน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 เครื่อง บริเวณจุดต้นคลองจินดาเพื่อผลักดันน้ำที่เพิ่มเข้ามา ผ่านคลอง 6,7 และ 8ข-5ซ ลงคลองระบายท่าผา คลองบางแก้ว และคลองตาปลั่งตามลำดับ โดยส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อเจือจางค่าความเค็มในคลอง และเพิ่มการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง และคลองท่าสาร-บางปลา ลงสู่แม่น้ำท่าจีนตอนล่างเพื่อผลักดันน้ำเค็ม และ 3.แม่น้ำบางปะกง ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ในลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี คือ อ่างเก็บน้ำพระปรง อ่างเก็บน้ำพระสะทึง จ.สระแก้ว และอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน