ด่านสุดท้ายแก้ รธน. – หวังรัฐสภาประชุมร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยวาระ 2 เสร็จแล้ว จะต้องทอดเวลาไปอย่างน้อย 15 วันถึงจะโหวตวาระ 3 ได้ ซึ่งจะอยู่ราวกลางเดือนมีนาคมนี้
ก่อนจะถึงวันนั้น พบว่าขณะนี้มีสัญญาณจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องให้ความเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 84 เสียง ถึงจะผ่านได้
คนแรกที่แสดงตัวตนออกมา คือ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประกาศจุดยืนก่อนใครว่าจะไม่โหวตให้ผ่านแน่นอน
อ้างว่า เพราะมีความพยายามจะแตะต้องแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2
ต่อมา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ก็ออกมาแสดงท่าทีว่าจะเป็นหนึ่งเสียงที่ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแตะหมวด 1 และ 2 ที่ส.ว.ห้ามแก้ไข และมั่นใจว่า จะมีส.ว.เกิน 84 เสียง ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เช่นเดียวกับตน
ขณะที่พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช กล่าวตรงกันว่า ดูแนวโน้ม การโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้ว น่าจะมีเสียงส.ว.เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียงค่อนข้างแน่
นอกจากนี้ ยังต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรรมนูญจะวินิจฉัยว่าอย่างไร กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว.ยื่น ร้องไว้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้ว่าต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอย่างไร เช่น ถ้าสั่งว่าทำได้ก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าสั่งว่าทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องประชุมในวาระ 3 แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าอย่างนั้นแสดงว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันมาทั้งหมดก็เป็นศูนย์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ สิ่งที่ทำไปแล้วก็ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ความจริงก็ใช้ได้ เพียงแต่ว่าจะทำต่อไปไม่ได้
ถ้าจบแบบนี้ ก็เอวังละครับ
การเมืองหน้าร้อน ก็ยิ่งจะยิ่งเดือด เรียกสารพัดม็อบ ออกมาแน่
ถ้ารัฐบาลชาญฉลาดจะต้องเห็นแนวโน้มความรุนแรง แล้วรีบถอดชนวน!!