สหรัฐสกัดพม่าย้ายทุน3หมื่นล้าน! – วันที่ 5 มี.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์นองเลือดในเมียนมาว่า ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารถูกยิงเสียชีวิตเพิ่มที่นครมัณฑะเลย์ เป็นหนุ่มอายุ 26 ปีคอยช่วยตั้งสิ่งกีดขวางเพื่อถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่ปราบผู้ชุมนุม ถูกยิงเข้าที่ลำคอ ส่งผลให้ตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 54 รายแล้ว หลังเพิ่งสลายการชุมนุมครั้งรุนแรงเมื่อ 3 มี.ค. คร่าชีวิตวันเดียวกันมากถึง 38 ราย แต่ประชาชนยังชุมนุมต่อในหลายเมือง รวมถึงที่เมืองพะโค และเขตซานชวงในนครย่างกุ้ง โดยมีข้อสังเกตว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็น วงกว้างทั่วนครย่างกุ้งตั้งแต่ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เช่นเดียวกับกรุงเนปยีดอว์ เมืองเมาะลำใย และเมืองมะเกว

พรึบ – เหล่าวิศวกรและนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายร้อยคนลงถนนเพื่อเดินขบวน ต่อต้านรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ที่เมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 5 มี.ค. (เอเอฟพี)
ขณะเดียวกัน ข้าราชการเมียนมาจำนวนหนึ่งใช้วิธีอารยะขัดขืนต่อต้านรัฐประหาร เช่น นายติน หม่อง เนียง รองผู้แทนทางการทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งให้เป็นทูตเมียนมาประจำยูเอ็น แทนนายจอ โม ตุน ที่ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร ลาออกจากตำแหน่งที่ได้รับทันที ทั้งยังแจ้งยูเอ็นว่า นายจอ โม ตุน ยังเป็นทูตเมียนมาต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 19 นาย ข้ามพรมแดนไปรัฐมิโซรัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เพื่อขอลี้ภัย เนื่องจากไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่ง
ด้านรัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกมาตรการลงโทษคณะรัฐประหารเมียนมาเพิ่มเติม ห้ามหน่วยงานกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศเมียนมารวมถึงเครือบริษัทของกองทัพค้าขายบางประเภท หนึ่งในนั้นคือควบคุมส่งออกสินค้าเกี่ยวกับการทหาร เช่น อาวุธ โดยซัพพลายเออร์จากสหรัฐต้องไปขอใบอนุญาตการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมา ก่อนจะส่งออกไปเมียนมา
นอกจากนี้ ธนาคารกลางเมียนมาพยายามเคลื่อนย้ายเงินทุนสำรองในธนาคารนิวยอร์ก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 30,000 ล้านบาท ออกจากบัญชี แต่ทางการสหรัฐระงับการเคลื่อนย้ายดังกล่าวได้ทัน ตาม คำสั่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งให้อำนาจหน่วยงานเกี่ยวข้องระงับธุรกรรมการเงินกับเมียนมาได้