วัดห้วยปลากั้ง-เชียงราย – ณ ดินแดนเหนือสุดในสยามที่ จ.เชียงราย ยังคงความเป็นเมืองชายแดนที่ร่มรื่นด้วยขุนเขาและแม่น้ำอย่างครบถ้วน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้เดินทางไปเยือนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังพบว่า “วัดห้วยปลากั้ง” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.เชียงราย แต่ละวันมีผู้เดินทางไปเยือนเป็นจำนวนมาก

วัดห้วยปลากั้ง มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเล็กๆ ในชุมชนห้วยปลากั้ง ม.3 ต.ริมกก อ.เมือง ก่อตั้งขึ้นโดยพระอาจารย์ พบโชค ติสสะวังโส เจ้าอาวาสเมื่อปี 2548

เดิมสภาพเป็นเนินเขาที่มีเพียงซากของวัดร้างและพงหญ้ารกชัฏ ต่อมาพระอาจารย์พบโชคซึ่งเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดร่องธาร ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย ทราบสภาพของวัดร้างดังกล่าวและมีจิตอยากเข้าไปบูรณปฏิสังขรณ์ จึงได้ย้ายไปพำนักอยู่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2548 โดยมีชาวชุมชนห้วยปลากั้งที่มีจิตศรัทธาร่วมกันบูรณะมาอย่างต่อเนื่อง จนมีสภาพใหญ่โตอลังการเหมือนในปัจจุบัน

เมื่อไปถึงวัดห้วยปลากั้งจะเห็น “พบโชคธรรมเจดีย์” ตั้งเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าเหนือทางขึ้นเนินเขา

“พบโชคธรรมเจดีย์” สร้างขึ้นตามชื่อของพระอาจารย์ ถือเป็นเจดีย์ที่โดดเด่นภายในวัดโดยเป็นเจดีย์ทรงสามเหลี่ยมต่อกันเป็นชั้นๆ จำนวน 9 ชั้น และมีเจดีย์เล็กจำนวน 12 องค์ล้อมรอบ สร้างขึ้นตามนิมิตของพระอาจารย์พบโชค ที่ฝันเห็นว่าบนเนินเขาแห่งนี้ได้มีเจดีย์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน

กระทั่งได้รู้จักกับวิศวกรคนหนึ่งจากกรุงเทพฯ จึงได้แจ้งความประสงค์จะสร้างให้ทราบ ต่อมาได้พบกับนักธุรกิจชาวไต้หวันชื่อ “เฉิน เซียน เป่า” ได้ไปนมัสการที่วัดและได้สนับสนุนงบประมาณก้อนแรกเพื่อก่อสร้างโดยเริ่มตอกเสาเข็มในวันที่ 26 เม.ย. 2550

พบโชคธรรมเจดีย์ เป็นสถานที่ที่ผู้ที่ไปเยือนนิยมเข้าไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน โดยมีบันไดขึ้นสู่ทางเข้าได้ 2 ทาง เบื้องล่างเจดีย์เป็นราวระฆังที่ผู้ไปเยือนมักจะตีให้มีเสียงดังกังวานอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยศรัทธา

เมื่อเดินขึ้นไปถึงภายในเจดีย์จะเป็นห้องโถงกว้าง ห้องชั้นล่างสุดจะกว้างที่สุดตามสัดส่วนที่สูงเป็นสามเหลี่ยม ดังกล่าว โดยเป็นที่ประดิษฐานพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ปางประทานพรและอภัยทาน สร้างด้วยไม้จันทน์หอมมาจาก 3 ประเทศคือ จีน เมียนมา และอินเดีย ใช้เวลาแกะสลักนาน 108 วัน องค์รูปมีความกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ทำให้ส่วนบนสุดสูงเกินชั้น 2

จากชั้นแรกเมื่อขึ้นสู่ชั้นที่ 2 และชั้น 3 จะเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมทั้ง 12 ปาง ที่ตั้งอยู่ เรียงรายตามแนววงกลมส่วนชั้นที่ 4 เป็นพระพุทธรูป “หลวงพ่อโสธร” สร้างด้วยไม้ชั้น 5 เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ซึ่งมักจะเป็นชั้นที่พุทธศาสนิกชนโดยเฉพาะนิกายมหายานให้ความเคารพศรัทธาและพากันขึ้นไปกราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ชั้น 6 เป็นองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ชั้นที่ 7 เป็นพระนาคปรก ชั้นที่ 8 เป็นพระศรีอริยเมตไตรยตามรูปแบบความเชื่อของชาวจีน และชั้นที่ 9 เป็นชั้นยอดสุดเป็นที่ประดิษฐานพระยูไล ซึ่งผู้ไปเยือนสามารถเดินขึ้นไปนมัสการได้ทั้ง 9 ชั้น

โดยแต่ละชั้นจะเปิดโล่งทุกด้านและมีที่นั่ง ให้ได้พัก ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองเชียงรายที่ยังคงมีความร่มรื่นเขียวขจีไปด้วยชุมชน ต้นไม้ ขุนเขา และแม่น้ำกกได้อย่างสวยงาม เจดีย์แห่งนี้ยังเปิดไฟที่มีแสงสว่างในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจต่อผู้พบเห็นอีกด้วย

วัดห้วยปลากั้งยังมีพระอุโบสถสีขาวที่มีลวดลายสวยงาม และมีองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่มีขนาดสูงถึง 69 เมตร หรือเกือบเท่าตึก 25 ชั้น โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ภายในองค์พระจะมีการติดตั้งระบบขึ้นลงด้วยลิฟต์เพื่อให้สามารถขึ้นไปดูทิวทัศน์ของเมืองเชียงรายได้

นอกจากนี้ ยังมีภัตตาคารพบโชค ที่สร้างเป็นโรงอาหารสำหรับเด็กกำพร้า และคนชราประมาณ 200 คน ซึ่งพระอาจารย์พบโชคได้อุปการะเลี้ยงดู และยังมีภัตตาคารพบโชคกินฟรีสำหรับคนทั่วไป ห้องปฏิบัติธรรมคลินิกรักษาโรคฟรีวัดห้วยปลากั้ง ฯลฯ

การไปเยือนวัดห้วยปลากั้งสามารถเดินทางจากอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชไปตามถนนสิงหไคลมุ่งหน้าสู่ศาลากลาง จ.เชียงราย ผ่านชุมชนน้ำลัดและขึ้นสู่เชียงราย-แม่ยาว อีกเพียงประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะเห็นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมสีขาวตั้งเด่นเป็นตระหง่านได้ตั้งแต่ระยะไกลอยู่ทางขวามือ เคียงคู่พบโชคธรรมเจดีย์ที่เป็นสัญลักษณ์คู่วัดแห่งนี้

หรือเดินทางจากถนนพหลโยธินเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกแม่ยาวไปตามถนนสายเชียงราย- แม่ยาว ก็สะดวกเช่นกัน โทร.0-5315-0274, 08-6620-0647

เกรียงไกร ปัญโญกาศ

 

ชมเมืองเชียงราย

วัดห้วยปลากั้งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองวัฒนธรรมล้านนา ดังนั้น เทศบาลนครเชียงรายจึงมีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถราง ตามเส้นทางวัฒนธรรมและเกษตรสีเขียว

เส้นทางวัฒนธรรม เริ่มตั้งแต่หลังอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชและนำชมวัดต่างๆ ในเขตเมืองประวัติศาสตร์เชียงราย เช่น ศาลากลางหลังเก่า วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปีสมเด็จย่าฯ หอนาฬิกาเมืองเชียงราย บ้านจอมพล ป.

ส่วนเส้นทางเกษตรสีเขียวมีจุดเริ่มต้นจากอาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จย่าฯ ไปยังโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย เพื่อชมโรงแรมต้นแบบในการจัดการระบบน้ำเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จุดที่ 2 ไปยัง ชุมชนป่างิ้ว เพื่อชมสวนผักปลอดสารพิษซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบพอเพียงโดยมีการปลูกผักปลอดสารพิษที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์

จุดที่ 3 เดินทางต่อไปยัง สวนสาธารณะหนองปึ๋ง เพื่อชมระบบนิเวศแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ศูนย์เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ

จุดที่ 4 คือ ชุมชนสันโค้งน้อย เพื่อชมกิจกรรม การสืบทอดความเชื่อของชุมชนในการตัดตุงเพื่อสะเดาะเคราะห์ ตำนานองค์พระธาตุและตำนานแมง สี่หูห้าตา

และจุดที่ 5 คือ ชุมชนเกาะทอง เพื่อชมผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา การประดิษฐ์โคมกระดาษตามความเชื่อชาวล้านนา

ทั้งหมดนี้สามารถเที่ยวชมด้วยรถรางได้ฟรี โดยติดต่อไปยังศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงราย เพื่อสอบถามข้อมูลได้ที่ 0-5360-0570 ได้ทุกวัน เวลาราชการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน