พม่ายิงม็อบสไตรก์ดับพุ่ง60ศพ – วันที่ 8 มี.ค. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์การประท้วงในเมียนมา ว่า มวลชนต่อต้านรัฐประหารจำนวนมากออกมารวมตัวชุมนุมแน่นขนัดในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
ตอบรับการเรียกร้องของสหภาพแรงงานหลายกลุ่มอาชีพที่นัดหยุดงานประท้วง (สไตรก์) ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการกดดันและขับไล่รัฐบาลทหารด้วยการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ หรือการชัตดาวน์เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังเป็นการแสดงพลัง อารยะขัดขืนคัดค้านการใช้กำลังเกินกว่าเหตุปราบปรามผู้ประท้วง
แต่ไม่วายมีรายงานผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายเป็นเหยื่อในเมืองมิดจีนา อีกรายในเมือง พยาโบน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรงเพิ่มเป็น 57 ราย ส่วนนักการเมือง แกนนำฝ่ายรัฐบาลพลเรือน และนักเคลื่อนไหวที่ถูกจับมีราว 1,800 คน
สหภาพแรงงาน 18 แห่งระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “ถ้ายังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและประกอบธุรกิจตามปกติ จะก่อให้เป็นประโยชน์กับกองทัพซึ่งกดขี่พลังของประชาชนชาวเมียนมา นี่คือเวลาของการลงมือเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของเราแล้ว”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประณามกองทัพเมียนมาอีกระลอก ภายหลังนาย ซอ วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เปิดเผยว่านายขิ่น หม่อง ละ อายุ 58 ปี ผู้บริหารพรรคเอ็นแอลดี เขตปาเบะดาน นครย่างกุ้ง เสียชีวิตปริศนาหลังถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจับกุมในปฏิบัติการบุกค้นบ้านพักผู้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลพลเรือนเมื่อค่ำวันที่ 6 มี.ค. ทางการอ้างว่านายขิ่น หม่อง ละ เป็นลมก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่านายขิ่นถูกทุบตีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เพราะมีร่องรอยของเลือดจำนวนมากเปรอะเปื้อนผ้าคลุมศพช่วงศีรษะ
“เขาโดนทำร้ายตอนบุกจับ และเหมือนกับว่าเขาถูกสอบปากคำอย่างหนักหน่วง” นาย ตุน จี จากองค์กรอดีตนักโทษทางการเมืองระบุกับเอเอฟพี และว่าเมื่อ 7 มี.ค. ญาติของนายขิ่น หม่อง ละ ได้รับแจ้งว่านายขิ่นเสียชีวิตภายหลังเป็นลมหมดสติไป จึงขอให้ครอบครัวมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศานา ไม่นานหลังจากมีการเผยแพร่รูปถ่ายครอบครัวรับศพนายขิ่น หม่อง ละ สังคมและโลกออนไลน์เริ่มตั้งข้อสงสัยว่านายขิ่นถูกทำร้ายร่างกาย
ด้านสื่อทางการเมียนมารายงานแถลงเตือนบรรดาอดีตสมาชิกสภาที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (ซีอาร์พีเอช) ซึ่งเป็นกลุ่มรัฐบาลที่ถูกเลือกโดยประชาชนชาวพม่า ว่า หากมีการคิดคดทรยศต่อประเทศ บุคคลเหล่านี้อาจได้รับโทษสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกเป็นเวลานาน 22 ปี นอกจากนี้ยังประกาศรายชื่อกลุ่มบุคคลไม่พึงปรารถนา และ ขู่ว่าใครก็ตามที่ติดต่อสื่อสารกับบุคคลอันไม่พึงประสงค์อาจต้องโทษจำคุก 7 ปี
ขณะที่การตอบสนองจากต่างประเทศ ล่าสุดมีนางมาริส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย แถลงระงับโครงการความร่วมมือทางความมั่นคงกับกองทัพ เมียนมา และกำลังทบทวนช่องทางการมอบเงินช่วยเหลือจากเดิมที่ให้โดยตรงกับรัฐบาลพลเรือนจะเปลี่ยนเป็นมอบเงินให้องค์กรเอกชนไม่หวังผลกำไรนำไปช่วยเหลือแทน

ดับปริศนา – ครอบครัวและคนในชุมนุมเขตปาเบะดาน นครย่างกุ้ง ของเมียนมา แห่โลงศพนายขิ่น หม่อง ละ ผู้บริหารพรรคเอ็นแอลดีเขตปาเบะดาน ซึ่งเสียชีวิตปริศนาหลังถูกตำรวจบุกจับเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา (รอยเตอร์)