‘จีเอ็มเอ็ม มิวสิค’ยืนหนึ่ง-ก้าวสู่ผู้นำ – จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พิสูจน์ความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการก้าวสู่ผู้นำตลาดเพลงไทยทุกแพลตฟอร์ม เฉพาะเดือนม.ค.2564 ยอดวิวพุ่งทุบสถิติกว่า 1,400 ล้านสตรีม เพิ่มขึ้น 40% ในช่องทางเฟซบุ๊กเพิ่มกว่า 2 เท่าตัว ครอบคลุมตลาดทุกเซ็กเมนต์ทั้งเพลงป๊อป ร็อก และลูกทุ่ง ย้ำตลาดเพลงไทยยังไม่ตาย พร้อมเดินหน้าแผนบันได 7 ขั้นสู่การเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ ภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ยอดรับฟังเพลงของจีเอ็มเอ็ม มิวสิคในทุกแพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปีก่อน หรือมียอดสตรีมรวม 1,490 ล้านสตรีม โดยช่องทางหลักเป็นการฟังเพลงผ่านยูทูบ คิดเป็นสัดส่วน 66% รองลงมาคือเฟซบุ๊ก 27% Spotify 4% และช่องทางอื่นๆ 3% เช่น Joox Apple Music LINE TV AIS Play และ True ID เป็นต้น
สำหรับการฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กมีอัตราการเติบโตสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 248% ปัจจุบันแฟนเพจเฟซบุ๊ก GMMGRAMMY OFFICIAL มียอดไลก์ 3.1 ล้านไลก์ มีผู้ติดตามกว่า 8.2 ล้านราย นอกจากนี้ ยังมีแฟนเพจเฟซบุ๊กของค่ายเพลงในเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และแฟนเพจของศิลปินที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เช่น genierecords มีผู้ติดตาม 1.6 ล้านราย grammygoldpage 4 ล้านราย ศิลปินลาบานูน (labanoon) มีผู้ติดตาม 3 ล้านราย ต่าย อรทัย (Taiorathai27) 6.1 ล้านราย หนุ่ม กะลา (NUMKALA6) 2.5 ล้านราย เป็นต้น
“เราเริ่มพัฒนาช่องทางการฟังเพลงบนแพลต ฟอร์มของเฟซบุ๊กในช่วงปลายปี 2562 ถือเป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องอยู่บ้านมากขึ้น การ Work from Home ทำให้มีการฟังเพลงมากขึ้น เพลงกลายเป็นส่วนสำคัญในไลฟ์สไตล์ของผู้คน และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กกลายเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งเพลง ป๊อป ร็อก โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งมียอดวิวสูงมาก” ภาวิตกล่าว
ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้าถึง ผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามรวม 80 ล้านราย เพิ่มขึ้น 35% จากปี 2563 ยูทูบ มีผู้ติดตาม 77 ล้านราย เพิ่มขึ้น 20% อินสตาแกรม มีผู้ติดตาม 16 ล้านราย เพิ่มขึ้น 15% และทวิตเตอร์ มีผู้ติดตาม 5 ล้านราย เพิ่มขึ้น 12%
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของจีเอ็มเอ็ม มิวสิคในปีนี้ จะมีการออกอัลบั้ม ซิงเกิลใหม่ เพลงประกอบละคร รวม 300-400 เพลง การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต โชว์บิซ รวม 15 งาน
“การเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้ฟังเพลง โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจเพลงไม่มีวันตาย และยังได้รับความนิยม สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการสร้างสรรค์รูปแบบเพลงในแต่ละประเภทที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้” ภาวิตกล่าวทิ้งท้าย