วัดเขาถ้ำประทุน-หุบป่าตาด – วัดเขาถ้ำประทุน ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เป็นจุดเช็กอินที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก มีพระอุโบสถที่ตระการตา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าและสวยงามหลายจุด

โดยเฉพาะพระอุโบสถรากไม้ ถือเป็นงานไม้ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ใช้รากไม้ตะเคียนทอง ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ประดู่ รากไม้กันเกรา มาตกแต่ง แกะสลักอย่างสวยงาม

พระอธิการบุญยืน ปริชาโน เจ้าอาวาสวัดถ้ำประทุน เปิดเผยว่า งานแกะสลักต่างๆ เป็นภาพพระพุทธเจ้า เจ้าแม่กวนอิม พระสีวลี พระสังกัจจายน์ พระพิฆเนศ พระพุทธชินราช พระเกจิชื่อดังต่างๆ และงานไม้แกะสลักต่างๆ อีกมากมาย เช่น มังกรทอง มังกรเงิน นกหัสดีลิงค์ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมงานศิลปะแกะสลัก ซึ่งทุกงานถือเป็นงานศิลปะหนึ่งเดียวในโลกอีกด้วย

โดยใช้เครื่องกัด และแกะสลักควบคุมด้วยระบบ CNC หรือเครื่องจักรกลอัตโนมัติที่ทำงานได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการผลิตชิ้นส่วนวัสดุให้ได้ขนาดและรูปทรงตามที่ต้องการด้วยการกลึง เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความแม่นยำและความชำนาญสูง
พระอุโบสถรากไม้แห่งนี้ ก่อสร้างมา ตั้งแต่ปี 2558 ใช้งบประมาณ 100 กว่าล้าน ท่ามกลางเนื้อที่ของวัดกว่า 200 ไร่ ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ

ส่วนจุดท่องเที่ยวภายในวัด ที่เป็นไฮไลต์คือการเดินขึ้นทางบันไดปูน 700 ขั้น ไปยังมณฑปที่อยู่บนยอดเขาถ้ำประทุน ที่ครอบรอยพระพุทธบาททางด้านเท้าขวาของพระพุทธเจ้าไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวกราบไหว้เป็นสิริมงคล
ส่วนพระพุทธบาทด้านเท้าซ้าย ทาง เจ้าอาวาสได้พบแล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดนี้ไปอีก 2 กิโลเมตร แต่ยังขาดปัจจัยไปบูรณะ
หลังกราบไหว้รอยพระพุทธบาทเรียบร้อย สามารถยืนโซลฟี่ ตามมุมสูงรอบมณฑป ข้างราวกั้นกันตกบนยอดเขาถ้ำประทุน ที่ได้บรรยากาศมุมสูง ชมวิวทิวทัศน์ตามธรรมชาติได้อย่างเย็นใจ

ก่อนขึ้นยอดเขาถ้ำประทุนหรือหลัง กลับลงมา แวะกราบไหว้รูปแกะสลัก เจ้าแม่กวนอิม ด้วยไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในศาล ติดกับทางขึ้นบันไดปูน 700 ขั้น
ลงมาจากยอดเขาแล้ว มานั่งพักผ่อนที่น้ำตกแบบธรรมชาติ หน้าศาลาพระอุโบสถรากไม้ จุดนี้สามารถนั่งมองยอดเขาผ่านตัวมังกรเงิน มังกรทอง พอหายเหนื่อย
ก่อนกลับบ้าน ไปกราบไหว้เจ้าแม่ตะเคียนทรายทองศรีประภาไพ มีความยาวถึง 18 เมตร ลำต้นประมาณ 6.70 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร โดยทางวัดได้นำมาจากภาคใต้ เพื่อนำมาแกะเป็นรูปพุทธประวัติ ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าวัด เพื่อให้ นักท่องเที่ยวขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล
วัดถ้ำประทุน จึงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.อุทัย ธานี

การเดินทางมาวัดถ้ำประทุน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 198 กิโลเมตร ใช้ถนน สายอ.ด่านช้าง-อ.บ้านไร่ ทางเข้าอยู่ตรงข้ามโรงงานน้ำตาลลิน บ้านไร่ จะเห็นมีเจดีย์สีขาวอยู่บนยอดเขาอย่างโดดเด่น
ออกจากวัดถ้ำประทุน เดินทางไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร จะพบสถานที่ท่องเที่ยวน่าทึ่งอีกแห่งในต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี นั่นคือ หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
หุบป่าตาด ถูกค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี พ.ศ.2522 จากการปีนลงไปสำรวจภายในถ้ำแล้วพบกับป่าต้นตาดจำนวนมาก ซึ่งต้นตาดเป็นไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม จึงเจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าในปี พ.ศ.2527 ต่อมากรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ เพราะที่นี่มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกและมีพันธุ์ไม้หายาก

เส้นทางเดินเข้าไปยังหุบป่าตาด จะพบกับถ้ำที่มีความมืด หรือเรียกว่า อุโมงค์แห่งกาลเวลา มีความยาวประมาณ 50 เมตร เพื่อมุ่งไปสู่ปลายทางแสงสว่างที่ส่องมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง
ระหว่างทาง จะพบหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามอย่างลงตัว ซึ่งสามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆ นานา
เดินทะลุจากถ้ำอุโมงค์แห่งกาลเวลาแล้ว ตลอดทางภายในหุบป่าตาด จะพบกับพืชพันธุ์ไม้หายากนานาชนิด โดยเฉพาะป่าตาด พันธุ์พืชที่อยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ หรือยุคไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับปาล์ม เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ และยังพบพันธุ์ไม้หา ยากอีกหลายชนิด เช่น ยมหิน ต้นกะพง และต้นไทรรูปทรง แปลกตา ซึ่งจะมีป้ายอธิบายรายละเอียดต่างๆ ไว้ให้ศึกษา

ภายในหุบป่าตาด ยังมีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อีกหลายสายพันธุ์ที่มีถิ่นอยู่อาศัยในที่แห่งนี้ เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดเค้าเล็ก เป็นต้น
ที่ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวัง คือเริ่มมีกิ้งกือมังกรสีชมพูที่มีสีสันสวยงามออกมาอวดโฉมให้ได้ชมความงามและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

กิ้งกือมังกรสีชมพู เป็นสุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ เป็นอันดับที่ 3 ของโลก ถูกค้นพบที่หุบป่าตาด เป็นแห่งเดียวของประเทศไทย และเหตุที่ได้ชื่อว่ากิ้งกือมังกรสีชมพู เพราะอยู่ในวงศ์กิ้งกือมังกร หรือ พาราดอกโอโซมาติเดีย และมีสีชมพูสดใสแบบช็อกกิ้งพิงก์ อีกทั้งยังมีลักษณะโดดเด่นด้วยลวดลายและปุ่มหนาคล้ายกับมังกร
หุบป่าตาด จึงเป็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
พชร พัสกุล