“ที่หลวงพ่อบวชนี้เพราะหลวงพ่อคิดว่ามีความทุกข์ โลกนี้มีแต่ความทุกข์ จึงแสวงหาทางพ้นทุกข์ ความรู้สึกมันเป็นเช่นนั้นในขณะนั้น” สารธรรมมงคล พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
“หลวงพ่อแก้ว สุภตฺโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างเผือก ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม คือ เหรียญรูปไข่ พ.ศ.2519 เป็นเหรียญปั๊ม เนื้อทองแดง ขนาด 2.3 เซนติเมตร เพื่อหาทุนสร้างศาลาการเปรียญ ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือน เขียนว่า “หลวงพ่อแก้ว วัดช้างเผือก จ.เพชรบูรณ์” มีความพิเศษ คือ ตัวอักษรเขียนกลับด้านจากขวาไปซ้าย โค้งไปตามรูปเหรียญ ส่วนด้านหลังเป็นรูปยันต์ มีอักขระขอมเขียนไว้รอบยันต์ และใต้ยันต์เขียนคำว่า “๒๐ ม.ค.๑๙” เขียนกลับด้านจากขวาไปซ้ายเช่นเดียวกัน ปัจจุบันเป็นที่เสาะแสวงหา

ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2520 คณะสงฆ์อุทัยธานี จัดงานอนุสรณ์ป่าสัก ฉลองรูปจำลอง “หลวงพ่อเสมา จันทโชโต” อดีต เจ้าอาวาสวัดตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ในพิธีนอกจากจัดสร้างรูปหล่อจำลอง ยังได้จัดสร้างเหรียญ เนื้อทองเหลืองรมดำ ทรงกลมรีรูปไข่ จำนวน 10,000 เหรียญ

ลักษณะของเหรียญ เป็นเนื้อทองเหลืองรมดำ ทรงกลมรูปไข่ใหญ่ กว้าง 3 เซนติเมตร สูง 3.5 เซนติเมตร มีขอบนูน ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อเสมา ครึ่งตัว ด้านล่างมีตัวหนังสือ “หลวงพ่อเสมา จันทโชโต” ส่วนด้านหลังเหรียญเป็นยันต์สี่เหลี่ยม อันเป็นยันต์ประจำตัวของหลวงพ่อเสมา ด้านล่างมีตัวหนังสือ “๙ ธ.ค. ๒๕๒๐” แม้เหรียญดังกล่าวจะเป็นเหรียญตาย จัดสร้างขึ้นหลังมรณภาพไปแล้ว กลายเป็นเหรียญวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า
“หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อ ครั้งหนึ่งท่านเคยสร้างพระพิมพ์สี่เหลี่ยม เซียนพระและนักสะสมนิยมเรียกขานว่า “พระสมเด็จเหม็น” หรือ พระสมเด็จพิมพ์คะแนน สร้างประมาณ 84,000 องค์

ลักษณะของพระสมเด็จเหม็นแบ่งได้ดังนี้มียันต์หลัง ว.ต.ก. (ย่อมาจาก วัดตาลกง) ชัดเจนอยู่ประมาณ 4,000 องค์, มียันต์หลังและคำว่า ว.ต.ก. ไม่ชัดเจน เนื่องจากป้ายสีผึ้งประมาณ 30,000 องค์ และมียันต์หลังไม่ชัดเจน เนื่องจากพิมพ์สึก จนเลือนรางประมาณ 50,000 องค์ สำหรับเนื้อที่พิมพ์ยันต์หลังชัดเจน จะมีเนื้อลองพิมพ์เป็นสีแดงอมน้ำตาลประมาณ 500 องค์ เนื้อแก่น้ำมันประมาณ 2,500 องค์
องค์พระทั้งหมดนำมารวมกัน และประกอบพิธีปลุกเสกตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2505 รวมระยะเวลาปลุกเสกนานถึง 8 ปี จึงนำออกแจกจ่ายให้สานุศิษย์ เหตุที่เรียกขานกันว่าพระสมเด็จเหม็น เนื่องจากองค์พระมีกลิ่นเหม็น เกิดจากข้าวก้นบาตรที่นำไปหมักผสมกับผงต่างๆ เหม็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการหมัก
อริยะ เผดียงธรรม