ชาติพันธุ์ข้างม็อบ-ขู่สู้ทหารพม่า – วันที่ 30 มี.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา (พม่า) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ชุมนุมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 510 ราย ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธขู่ว่า จะแก้แค้นเอาคืนหากกองทัพเมียนมายังไม่หยุดปราบปรามสังหารผู้ชุมนุม

กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ประกอบด้วยกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) หรือทหารปะหล่อง กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) ออกแถลงร่วมประณามการปราบปรามของรัฐทหาร และขู่ว่าจะสู้เคียงข้าง ผู้ประท้วงหากกองทัพใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม “หากกองทัพไม่หยุดและยังเข่นฆ่าประชาชน เราจะร่วมมือกับผู้ประท้วงและสู้กลับ”

น.ส.เดบบี สโตตฮาร์ด จากสมาพันธ์นานาชาติด้านสิทธิมนุษยชน เตือนว่าถ้ากลุ่มชาติพันธุ์หยิบอาวุธขึ้นสู้อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายและบานปลายเป็นสงครามกลางเมือง

ขณะเดียวกันยังมีปฏิกิริยาจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐแถลงระงับข้อตกลงทางการค้ากับเมียนมาชั่วคราวจนกว่าจะฟื้นคืนสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องให้นานาชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อกดดันคณะรัฐประหารด้านแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหประชาชาติจะหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาอีกครั้งในวันพุธที่ 31 มี.ค. หลังอังกฤษเรียกให้มีการประชุมฉุกเฉิน

ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสเองก็แถลงประณามความรุนแรง ทางการจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้น และรัฐบาลรัสเซียระบุว่าเป็นกังวลอย่างยิ่งจากยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียเป็นผู้แทนร่วมงานวันกองทัพเมียนมา เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มี.ค.

นอนกลางดิน – ชาวบ้านกะเหรี่ยง ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก พากันอพยพหนีตายในที่หลบภัยหลังกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศในรัฐกะเหรี่ยง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมียนมา เมื่อ 30 มี.ค. (เอเอฟพี)

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน