สหรัฐอพยพ-พม่าวินาศสันตะโร – เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการสหรัฐอเมริกามีคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่การทูตพร้อมครอบครัวที่ไม่ได้มีภารกิจสำคัญอพยพออกจากประเทศเมียนมา (พม่า) แล้ว ภายหลังการเดินหน้าเข่นฆ่าประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจจากกองทัพพม่าทวีความรุนแรง มีพลเรือนถูกสังหารแล้วอย่างน้อย 520 ราย นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ.
การเข่นฆ่าดังกล่าวส่งผลให้บรรดากองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์หลายกลุ่มประกาศจะผนึกกำลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่า โดยมีรายงานว่าสถานีตำรวจที่เขตพะโค (เทียบเท่ารัฐ) ถูกยิงถล่มด้วยจรวดอาร์พีจี มีตำรวจบาดเจ็บ 5 นาย แต่ไม่มีความชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นผู้ลงมือ ทว่า เผด็จการทหารพม่ายังคงเดินหน้าเข่นฆ่าผู้ประท้วงโดยเพิกเฉยต่อการลงโทษและเรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวางจากประชาคมโลก ขณะที่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู แถลงประณามเหตุกองทัพพม่าใช้การโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นเคเอ็นยูซึ่งยึดได้มาจากการเข้าตีฐานกองทัพพม่าทางตะวันออกของรัฐคะฉิ่น ระบุว่า เคเอ็นยูไม่มีทางเลือกอื่นนอกไปจากต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากกองทัพพม่า
ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี เรียกประชุมฉุกเฉินอีกครั้งหลังได้รับการร้องขอจากทางการอังกฤษ อดีตเจ้าอาณานิคมของพม่า ในฐานะหนึ่งในสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี โดยจะรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ล่าสุดจากนางคริสติน ชราเนอร์ เบอร์กีเนอร์ ผู้ตรวจการพิเศษของยูเอ็นในพม่า
วันเดียวกันทางการญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต่างชาติผู้สนับสนุนความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลพม่ามากที่สุด ประกาศระงับความช่วยเหลือรอบใหม่แก่เผด็จการทหารพม่า แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรเป็นรายบุคคลเหมือนกับชาติมหาอำนาจอื่น อาทิ สหรัฐ อังกฤษ และสหภาพยุโรป หรืออียู

ไม่ยอมแพ้ – ผู้ประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพพม่ายังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่อย่างไม่ท้อถอย แม้จะถูกปราบปรามด้วยกระสุนจริง ที่นครย่างกุ้ง ขณะที่สหรัฐ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้มีหน้าที่หลักออกจากพม่าแล้ว เมื่อ 31 มี.ค. (เอเอฟพี)