‘ซูจี’เจออีกข้อหา-พม่าสั่งตัดเน็ตไวไฟ – รอยเตอร์รายงานสถานการณ์ในเมียนมาว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย. รัฐบาลทหารเมียนมาใช้วิธีตัดสัญญาณการสื่อสารเพิ่มเติมจากที่ปิดระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ โดยออกคำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตตัดสัญญาณไวไฟเกือบทั้งหมด ทำให้ผู้ชุมนุมต้องดิ้นรนหวนกลับไป แชร์คลื่นความถี่วิทยุ และใช้แอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องเชื่อมต่อสัญญาณ รวมถึงใช้วิธีส่งเอสเอ็มเอสเป็นทางเลือก
ด้านเอเอฟพีรายงานว่า คณะรัฐประหารยังเผชิญเสียงประณามจากนานาชาติ กรณีที่เด็กถูกสังหาร 44 ศพ และบังคับสูญหายอีกหลาย ร้อยคน จากยอดพลเรือนที่ถูกสังหารอย่างน้อย 543 ราย ถูกควบคุมอีกราว 2,700 คน ตามข้อมูลสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี)
สหพันธ์พิทักษ์เด็ก หรือเซฟ เดอะ ชิลเดรน องค์กรการกุศลเพื่อ ช่วยเหลือเด็ก แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตของเด็กเพิ่มขึ้นในช่วง 12 วัน มานี้ น่าตกใจที่เด็กยังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีรุนแรง แม้จะ เรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อปกป้องเด็ก เป็นเรื่องน่าสยดสยองอย่างยิ่งที่เด็กหลายคนถูกสังหารที่บ้าน ทั้งที่พวกเขาควรได้รับความปลอดภัย
นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการเอเชียแห่งองค์การสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ แถลงว่า รัฐบาลทหารเมียนมาบังคับสูญหายพลเรือนหลายร้อยคน โดยปฏิเสธที่จะยืนยันว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหนหรืออนุญาตให้ทนายความเข้าพบได้ หลังจับกุมยามวิกาลตามบ้านเรือน ผู้ต้องสงสัยสนับสนุนชุมนุมหรืออารยะขัดขืนต่อต้านรัฐบาลทหาร
“การจับกุมตามอำเภอใจและการบังคับสูญหายเป็นวงกว้างของรัฐบาลทหารทำไปเพื่อโหมความกลัวในจิตใจผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร รัฐบาลต่างประเทศที่เกี่ยวข้องควรเรียกร้องปล่อยตัวทุกคนที่สูญหายและลงโทษทางเศรษฐกิจเจาะจง หรือแซงก์ชั่น ต่อผู้นำรัฐบาลทหาร เพื่อระงับการใช้กำลังไม่เหมาะสมนี้” นายอดัมส์กล่าว
วันเดียวกัน นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ตกเป็นจำเลยในข้อหาล่าสุด คือ ละเมิดกฎหมายความลับราชการ ซึ่งเป็นประมวลกฎหมายตั้งแต่ยุคใต้อาณานิคมอังกฤษ มีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี