ธปท.จัดให้-ขยายเวลาไกล่เกลี่ยหนี้
สิ้นสุด30มิย.นี้-ชาวบ้านแห่ยื่นเฉียด5แสนบัญชี
แบงก์ชาติขยายเวลายื่นไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลไปจนถึง 30 มิ.ย. 2564 หลังลูกหนี้ให้ความสนใจลงทะเบียนแล้วเกือบ 481,936 บัญชี จำนวน 234,906 คน เตรียมพิจารณาจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มเติม
นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” (หนี้บัตรฯ) ช่วงวันที่ 14 ก.พ.-14 เม.ย.2564 ได้ผลตอบรับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก
มีประชาชนมากกว่า 2 แสนคนให้ความสนใจและลงทะเบียนเข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยครั้งนี้เกือบ 5 แสนบัญชี ทั้งนี้ เมื่อใกล้ครบช่วงเวลาที่กำหนดไว้ มีข้อเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้ขยายระยะเวลาที่จัดงานออกไป
ดังนั้น ธปท.จึงได้หารือเรื่องดังกล่าวกับผู้ให้บริการทางการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นร่วมกันที่ให้ขยายระยะเวลาจัดงานออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564 เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสเข้ามาไกล่เกลี่ยหนี้ได้มากและกว้างขวางยิ่งขึ้น
“ธปท.เห็นว่าแม้เครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวจะมีทิศทางดีขึ้น และเริ่มมีการฉีดวัคซีนแล้ว แต่ความเสี่ยงที่อาจมีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ยังมีอยู่ ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.-12 เม.ย. 2564 ประชาชนให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนจำนวน 234,906 คน หรือ 481,936 บัญชี ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการอยู่ระหว่างเร่งติดต่อ รวมทั้งตรวจสอบสถานะ และทยอยแจ้งผลเข้ามาต่อเนื่อง
โดยงานมหกรรมครั้งนี้จะมีข้อเสนอสำหรับลูกหนี้ทุกกลุ่มสถานะ กลุ่มแรก เป็นหนี้บัตรฯ ที่ยังไม่เป็นหนี้เสียที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถลดภาระดอกเบี้ย หยุดการจ่ายขั้นต่ำซึ่งใช้เวลานานกว่าหนี้จะลด และขอเปลี่ยนวงเงินสินเชื่อบัตรมาเป็นสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา จะได้รับดอกเบี้ยถูกลงจาก 16% เหลือ 12% กลุ่มที่สอง เป็นหนี้บัตรฯ ที่เป็นหนี้เสียแล้ว ยังไม่ฟ้อง หรือฟ้องแล้วแต่ยังไม่พิพากษา สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี ดอกเบี้ยต่ำเพียง 4-7%
กลุ่มที่สาม เป็นหนี้บัตรฯ เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว ไปจนถึงบังคับคดียึดทรัพย์แต่ยังไม่ขายทอดตลาด ผู้ให้บริการทางการเงินจำนวน 23 แห่งที่ร่วมโครงการจะผ่อนปรนเงื่อนไขโดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในชั้นบังคับคดี เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง โดยลูกหนี้จะผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นนานสูงสุด 5 ปี และยกดอกเบี้ย ที่ค้างให้หากลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ