ลงไป พบชาวนา หูหนาน(58) – จากบทนิพนธ์ “การวิเคราะห์ชนชั้นต่างๆในสังคมจีน” เมื่อเดือนมีนาคม 1926 อีก 1 ปีต่อมาเหมาก็นำเสนอบทนิพนธ์ “รายงานสำรวจการเคลื่อนไหวชาวนาในมณฑลหูหนาน” ในเดือนมีนาคม 1927
คำชี้แจงของคณะกรรมการจัดพิมพ์สรรนิพนธ์ระบุว่า
นิพนธ์ของสหายเหมาเจ๋อตงเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบเสียงตำหนิติเตียนทั้งในพรรคและนอกพรรคในเวลานั้นที่มีต่อการต่อสู้ปฏิวัติของชาวนา เพื่อจะตอบเสียงตำหนิติเตียนเหล่านี้ สหายเหมาเจ๋อตงเดินทาง
ไปสำรวจที่หูหนานเป็นเวลา 32 วันและได้เขียนรายงานฉบับนี้ขึ้น
เวลานั้น พวกลัทธิฉวยโอกาสเอียงขวาภายในพรรคอันมีเฉินตุ๊ซิ่วเป็นหัวหน้าไม่ยอมรับฟังความเห็นของสหายเหมาเจ๋อตง และยืนกรานในทรรศนะที่ผิดของตน
ความผิดของพวกเขาที่สำคัญก็คือ
ขวัญเสียเพราะกระแสปฏิกิริยาของก๊กมินตั๋ง ไม่กล้าสนับสนุนการต่อสู้ปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ของชาวนาทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดขึ้น พวกเขายอมทอดทิ้งชาวนาผู้เป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุด
ท่าทีของเหมาผ่าน “รายงานสำรวจการเคลื่อนไหวชาวนาในมณฑล หูหนาน” จึงสำคัญ
เหมาเริ่มรายงานเมื่อเดือนมีนาคม 1927 ของตนว่า การไปหูหนานครั้งนี้ข้าพเจ้าได้ไปสำรวจสภาพด้วยตนเองในท้องที่ เซียงถาน เซียงเซียง เหิงซาน หลี่หลิงและฉางซา รวม 5 อำเภอ
เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ รวมเป็นเวลา 32 วัน
ทั้งในชนบทและในอำเภอ ข้าพเจ้าได้เรียกชาวนาที่มีความจัดเจนและสหายที่ทำงานด้านการเคลื่อนไหวชาวนามาประชุมเพื่อสำรวจสภาพ ได้สดับตรับฟังรายงานของพวกเขาอย่างตั้งใจ
ได้ข้อมูลมาไม่น้อย
เหตุผลมากมายเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวชาวนานั้นตรงกันข้ามกับที่ได้ยินมาจากชนชั้นผู้ดีในฮันเค้าและฉางซาอย่างกลับตาลปัตร มีเรื่องประหลาดเยอะแยะซึ่งไม่เคยได้ยินได้เห็นมาก่อนเลย
ข้าพเจ้าคิดว่าสภาพเช่นนี้คงจะมีอยู่ในหลายท้องที่ หลายแห่งทีเดียว
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาที่คัดค้านการเคลื่อนไหวชาวนาจะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง โดยเร็ว มาตรการผิดๆ ซึ่งทางการปฏิวัตินำมาปฏิบัติในการเคลื่อนไหวชาวนานั้นจะต้องเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว
เช่นนี้จึงจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของการปฏิวัติ
เพราะว่าการเฟื่องฟูของการเคลื่อนไหวชาวนาในปัจจุบันเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งปัญหาหนึ่ง ในชั่วระยะเวลาอันสุ้นตามมณฑลต่างๆ ทางภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศจีนจะมีชาวนาหลายร้อยล้านคน
ลุกขึ้นมาด้วยท่าทีประดุจพายุฝนกระหน่ำ รวดเร็วและรุนแรงยิ่งนัก
ไม่ว่ากำลังใหญ่หลวงสักปานใดก็ยับยั้งไม่อยู่ พวกเขาจะพังทลายเครื่องพันธนาการทั้งหมดที่ผูก มัดรัดตัวพวกเขาอยู่ แล้วรุดหน้าไปสู่วิถีแห่งการปลดแอกอย่างรวดเร็ว
จักรพรรดินิยม ขุนศึก ข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวง เจ้าถิ่นและผู้ดีเลวร้ายทั้งปวง
จะถูกพวกเขากวาดลงหลุมฝังศพจนหมดสิ้น พรรคและกลุ่มการเมืองที่ปฏิวัติและสหายที่ปฏิวัติทั้งปวงล้วนจะต้องรับการตรวจสอบต่อหน้าพวกเขาเพื่อให้พวกเขาตัดสินว่าจะรับเอาไว้หรือจะทอดทิ้งเสีย
ท่านจะยืนอยู่ข้างหน้าพวกเขา และนำพวกเขา
หรือจะยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาและชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์พวกเขา หรือจะยืนอยู่ตรงกันข้ามกับพวกเขาและคัดค้านพวกเขา 3 ประการนี้ชาวจีนทุกคนต่างมีเสรีภาพที่จะเลือก
แต่ว่าสถานการณ์จะบังคับให้ท่านต้องเลือกเอาโดยด่วนเท่านั้นเอง
เปรียบเทียบระหว่างบทนิพนธ์เรื่อง “การวิเคราะห์ชนชั้นต่างๆในสังคมจีน” เมื่อเดือนมีนาคม 1926 กับบทนิพนธ์เรื่อง “รายงานสำรวจการเคลื่อนไหวของชาวนาในมณฑลหูหนาน” เมื่อเดือนมีนาคม 1927
ท่วงทำนองและ “อารมณ์” มีความแตกต่าง
ต่อ “การวิเคราะห์ชนชั้นต่างๆในสังคมจีน” เป็นความพยายามประมวล วิเคราะห์ ประเมินและสรุปอย่างเรียบและอุดมไปด้วยข้อมูลจากการศึกษาและทำความเข้าใจ
แต่กับ “รายงานสำรวจการเคลื่อนไหวของชาวนาในมณฑลหูหนาน”
เป็นผลงานจากการลงไปในพื้นที่ รับรู้การเคลื่อนไหวของชาวนาในกระแสสูง แห่งการปฏิวัติในชนบท ขณะเดียวกัน มีความจำเป็นต้องตอบโต้ต่อความเห็นและ ข้อกล่าวหา
ท่วงทำนองของเหมาจึงสะท้อนลักษณะสู้รบและเลือกข้างอย่างเด่นชัด