‘ลูกปัด’ขอสู้ถึงที่สุด ดิ้นรนเพื่อ‘คน-สัตว์’อยู่รอด – มีดีกรีความสวย เป็นถึงรองมิสอัลคาซ่าร์ ปี 2005 สำหรับ ‘ลูกปัด’ ปุริมปรัชญ์ ไชยะคำ นอกจากสวยแล้ว ยังเป็นสาวข้ามเพศที่เก่ง รับช่วงบริหารหมู่บ้านช้างพัทยาต่อจากคุณพ่อ ปรับธุรกิจให้เป็น “มองช้างคาเฟ่”
แต่เพราะพิษโควิด-19 ทำให้ทั้งคนและช้างได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ที่ดิน 35 ไร่ใกล้จะถูกยึด เป็นมาอย่างไร?
ลูกปัด – “ที่ตรงนี้เดิมไว้ใช้สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ไว้ขี่ช้าง ทำกิจกรรม ซึ่งหมู่บ้านพัทยาจะมีสองฝั่ง เป็นฝั่งมองช้างคาเฟ่ อีกฝั่งเป็นที่พักพิงเก็บช้าง ตรงนั้นค่อนข้างธรรมชาติ มีพื้นที่ 35 ไร่ น้ำล้อมรอบ คราวนี้คุณพ่อเจอวิกฤตหนัก ลูกค้าไม่มี ต้องเอาที่ตรงนี้ไปขายฝาก การทำช้างลักษณะนี้ได้กำไรน้อย เพราะไม่ได้รับเป็นทัวร์ เนื่องจากไม่อยากให้ช้างเหนื่อยมาก ทัวร์เราเลยเป็นไพรเวตทัวร์ พอไม่มีต่างชาติมา ทุกอย่างก็แย่ลง คุณพ่อเลยต้องเอาที่ตรงนี้ไป ขายฝาก”
ทำไมต้องขายฝาก?
ลูกปัด – “เพราะก่อนหน้านี้เรากู้เงินผ่อนแบงก์ แต่มันเกินไปกว่าที่เราจะทำได้ ช้างกินอาหารวันละ 200 กิโลกรัม น้ำ 100 ลิตร ไหนจะพนักงาน ก็มีคนหยิบยื่นข้อเสนอนี้มาเกี่ยวกับขายฝาก คุณพ่อปรึกษาครอบครัว ทุกคนโอเค ซึ่งเราก็เชื่อว่าเราไหว หน้าที่ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของลูกปัดที่จะปรับเปลี่ยนหมู่บ้านช้างพัทยาเดิมให้เป็น มองช้างคาเฟ่ ชาวต่างชาติไม่มีไม่เป็นไร เดี๋ยวทำคาเฟ่ เชื่อว่าคนไทยชอบ ต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยก็ชอบ เลยทำคาเฟ่ไว้ใช้หนี้ด้วย แล้วส่วนหนึ่งให้ช้างให้พนักงาน จริงๆ มันก็เริ่มดีขึ้น แต่มาเจอโควิดหลายรอบจนรันต่อไม่ได้ หนึ่งปีที่ต้องใช้หนี้ มันก็ไม่ไหว จนรอบนี้มันหมด เขาก็บอกว่าที่ตรงนี้ เราต้องรื้อถอน มันเศร้าใจ เราไม่สามารถหาเงินคืนได้”

“ลำพังแค่หาอาหารให้เขาก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว เราคงไม่สามารถไปหาเงิน 35 ล้านบาท รวมถึงดอกเบี้ยได้ ต้องทำใจยอมรับ จริงๆ ตัวปัดผูกพันกับที่ตรงนั้น แต่ไม่ผูกพันเท่าคนซื้อคือคุณพ่อ แล้วเขามีเจตนารมณ์เดียวคือ อยากให้เป็นที่พักพิงช้าง อยากให้ที่ตรงนั้นเป็นธรรมชาติ แล้วนี่เป็นพัทยา ที่ของเราเป็นป่ามากค่ะ เก็บที่ตรงนี้เพื่อไม่อยากให้เขาเดินถนน เลยคิดว่าถ้าเราสามารถทำเป็นเหมือนมูลนิธิดูแลช้างในพัทยาก็อยากทำ”
ตอนนี้มีช้างกี่เชือก?
ลูกปัด – “ทั้งหมด 13 เชือก อยู่ในความดูแลในบริษัทมี 9 เชือก ล่าสุดมีช้างตัวที่เป็นข่าวโดนฟ้าผ่าล้มไปหนึ่งเชือก เลยเหลือช้างทางบ้านเรา 8 เชือก ตัวที่ได้รายได้อีก 5 เชือก รวมกันเป็น 13 เชือก”

ตอนนี้เรามีเงินหมุนเวียนจากไหน?
ลูกปัด – “คือเงินขายฝากที่ดินจบไปแล้ว ให้ช้างไปหมดแล้ว ทุกอย่างตอนนี้เป็นเงินเก่าเงินเก็บ เอามาหมุนเวียนใช้สุดท้ายแล้วถ้ามันจะยื้อไปไม่ได้ ลูกปัดก็ต้องออกมาเต้นคาบาเรต์ออนไลน์ หาเงินช่วยช้างก็ต้องทำ”
เราจะพยุงธุรกิจที่บ้านไปได้นานแค่ไหน?
ลูกปัด – “เชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สดขายกล้วยขายอาหารสัตว์ มันยังพอได้รายรับมาอยู่บ้าง ถึงจะไม่เยอะ แต่มันจะไปได้นานอีกแค่ไหน อนาคตไม่ได้คิดเลย ก็ทำให้ดีที่สุด ปัดทิ้งช้างไม่ได้ ช้างเป็นช้างบ้าน ไม่ใช่ช้างป่า ฉะนั้นเราเอาไปปล่อยป่าไม่ได้ ช้างเกิดอยู่กับคน ถ้าเอาช้างไปปล่อยป่า เท่ากับเป็นการฆ่าช้าง เพราะเขาอาจ จะโดนช้างป่าทำร้ายได้ เนื่องจากมีกลิ่นคน หรือเขา ไม่คุ้นทาง อยู่แป๊บเดียวก็ตาย”

ไม่เอาช้างไปขายใช่ไหม หากไม่ไหว?
ลูกปัด – “ตัวปัดชีวิตผูกพันกับเขา เกิดมาก็มีช้างเลย ถ้าอยู่ๆ ปล่อยเขาไป ต่อเมื่อปล่อยได้แล้วปัดจะอยู่ยังไง มันเหมือนเห็นแก่ตัว คือเราไม่ทิ้งเขาแน่นอนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อาจจะลำบากและอยู่ยากหน่อย แต่เรายอมเพราะมันคือครอบครัวของเรา มันเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง เขาเป็นสัตว์ที่ฉลาด เราผูกพันกับเขา จะสู้เพื่อ เขาค่ะ”

ฝากคาเฟ่มองช้างหน่อย สำหรับคนที่ชื่นชอบช้าง และอยากอนุรักษ์ช้างไทย?
ลูกปัด – “เจตนาหลักของการเปิด ‘มองช้างคาเฟ่’ เพื่อเอาเงินรายได้ให้ช้าง หมู่บ้านชาวพัทยามันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่โควิดรอบแรก เราต้องปิดตั้งแต่ตอนนั้น เลยอยากฝากว่าคาเฟ่นี้เป็นการรวมตัวคนกลุ่มหนึ่งที่ มาช่วยกันทำเพื่อช้างและสัตว์นานาชนิด มีกิจกรรมหลากหลาย ใครสนใจกิจกรรมในมอง ช้างคาเฟ่ วันที่เปิดได้ปกติก็ ขอต้อนรับ และหากพวกเราสามารถเป็นตัวแทนของชาวช้าง ก็อยากจะบอกทุกท่านที่ช่วยช้างทั่วประเทศว่า ขอบคุณมากที่ไม่ทอดทิ้งชาวช้าง เพราะมันยากจริงๆ ในการดูแลช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ใหญ่ขนาดนี้”

“หยุดโจมตี ทำร้ายจิตใจในเรื่องการดูแลช้าง และหันมาทำความเข้าใจว่าการดูแลช้างมันเป็นยังไง อย่าบอกว่าทำไมต้องมีขอ ทำไมต้องมีโซ่ ทำไมต้องขี่ช้าง เปลี่ยนเป็นความเข้าใจว่าทำไมต้องมีดีกว่าค่ะ”
สุชาวดี อภิสัมภินวงค์