เคลื่อนไหว ชาวนา หลังยาว(63) – พวกขวาก๊กมินตั๋งกล่าวว่า “การเคลื่อนไหวชาวนาเป็นการเคลื่อนไหวของพวกกุ๊ย เป็นการเคลื่อนไหวชาวนาหลังยาว”
เสียงโจษจันทำนองนี้ค่อนข้างแพร่หลายมากในฉางซา
เมื่อข้าพเจ้า(เหมาเจ๋อตง)ไปถึงชนบท ได้ยินพวกผู้ดีว่า “สมาคมชาวนาจัดตั้งกันได้ แต่เจ้าหน้าที่เดี๋ยวนี้ใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนคนกันละ” เสียงโจษจันนี้มีความหมายอย่างเดียวกับคำพูดของฝ่ายขวา
คือ ต่างก็ว่าการเคลื่อนไหวของชาวนาทำกันได้
(เพราะการเคลื่อนไหวของชาวนาได้เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่มีใครกล้าพูดว่าทำไม่ได้) แต่คนที่ทำการเคลื่อนไหวชาวนาอยู่เดี๋ยวนี้ ใช้ไม่ได้
พวกนี้จงเกลียดจงชังเจ้าหน้าที่ของสมาคมชาวนาชั้นล่างเป็นพิเศษ
กล่าวหาว่า พวกเขาเป็น “พวกกุ๊ย” ทั้งนั้น รวมความว่าคนทั้งปวงที่พวกผู้ดีดูถูกมาก่อน คนทั้งปวงที่พวกผู้ดีเหยียบจมอยู่ในปลัก ซึ่งไม่มีฐานะทางสังคม และไม่มีสิทธิในการพูด
บัดนี้อาจโงหัวขึ้นมาแล้ว
และไม่เพียงแต่โงหัวขึ้นเท่านั้นยังกุมอำนาจไว้เสียอีก พวกเขาตั้งตัวเป็นเจ้า เป็นอ๋องในสมาคมชาวนาชั้นตำบล(สมาคมชาวนาชั้นล่างสุด) สมาคมชาวนาที่อยู่ในกำมือของพวกเขา
เป็นสิ่งที่น่าเกรงขามยิ่ง
พวกเขายกมืออันหยาบกร้านของตนขึ้นวางบนหัวของพวกผู้ดี พวกเขาใช้เชือกมัดพวกผู้ดีเลวร้าย ใส่หมวกยอดแหลมให้แล้วจูงออกไปแห่ประจานรอบตำบล
(ที่เซียงถานและเซียงเซียงเรียกว่าแห่ประจานรอบถวนที่หลี่หลิงเรียกว่าแห่ประจานรอบทุ่ง) เสียงดุด่าอันแข็งกระด้างอย่างไม่ไว้หน้าพวกเขา ส่วนหนึ่ง ได้กรอกใส่หูพวกผู้ดีอยู่ทุกวัน พวกเขาออกคำสั่งและบัญชาทุกอย่าง พวกเขายืนอยู่เหนือคน ทั้งหลาย
แต่เมื่อก่อนยืนอยู่ใต้คนทั้งหลาย จึงเรียกว่า กลับตาลปัตร
กับเรื่องๆ หนึ่งหรือคนชนิดหนึ่งเมื่อมีทรรศนะที่ตรงกันข้าม 2 อย่าง ก็ย่อมจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตรงกันข้าม 2 อย่าง “แย่เต็มที” กับ “ดีเหลือเกิน”
หรือ “พวกกุ๊ย” กับ “กองหน้าปฏิวัติ” เหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวอย่างที่เหมาะเจาะ
ชาวนาได้บรรลุภารกิจปฏิวัติที่ทำกันไม่สำเร็จมาเป็นเวลาหลายปี และได้ปฏิบัติงานสำคัญของการปฏิวัติประชาราษฎร์มาแล้ว แต่ว่าภารกิจปฏิวัติอันยิ่งใหญ่และงานสำคัญของการปฏิวัตินี้
ชาวนาทั้งหมดเป็นผู้กระทำกระนั้นหรือ ไม่ใช่
ในหมู่ชาวนานั้นมี ชาวนารวย ชาวนากลางและชาวนาจน รวม 3 ประเภท สภาพของชาวนา 3 ประเภทนี้ต่างกัน และทรรศนะความรู้สึกที่มีต่อการปฏิวัติก็ผิดกัน
ในระยะที่ 1 นั้นสิ่งที่ชาวนารวยได้ฟังมาก็คือ ที่เรียกว่าการพ่ายแพ้ย่อยยับที่กังไส เจียงไคเช็กถูกยิงบาดเจ็บที่ขาขึ้นเครื่องบินกลับกวางตุ้งแล้ว หวู่เพ่ยฝูยึดเย่โจวอีก สมาคมชาวนาตั้งอยู่ได้ไม่นานเป็นแน่ ลัทธิไตรราษฎร์ก็เฟื่องไม่ขึ้นเพราะเป็นเรื่องที่เรียกกันว่าไม่เคยมีมาก่อน
พอเจ้าหน้าที่ของสมาคมชาวนาชั้นตำบล(ส่วนใหญ่ได้แก่จำพวกที่เรียกกันว่า “กุ๊ย”)
ถือสมุดจดทะเบียนสมาคมชาวนาย่างเข้าประตูบ้านของชาวนารวยและพูดว่า “ขอเชิญท่านเข้าสมาคมชาวนา”
ชาวนารวยตอบอย่างไร
ชาวนารวยที่มีท่าทีดีหน่อยก็พูดว่า “สมาคมชาวนารึ ข้าอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีไม่เห็นมีสมาคมชาวนาอะไรที่ไหน มันก็มีข้าวกิน ข้าขอเตือนพวกเอ็งให้เลือกเสียดีกว่า”
นั่นคือท่าทีของชาวนารวยต่อสมาคมชาวนา
ชาวนารวยที่มีท่าทีเลวก็พูดว่า “สมาคมชาวนาอะไรกัน สมาคมพาให้คนหัวหลุด จากบ่า อย่าพาให้คนอื่นเขาฉิบหายเลย”
แต่ก็น่าประหลาดเสียจริง สมาคมชาวนาถึงกับตั้งอยู่ได้ตั้งหลายเดือน
ทั้งยังกล้าค้านพวกผู้ดีเสียด้วย พวกผู้ดีที่อยู่ใกล้เคียงได้ถูกสมาคมชาวนาจับแห่ประจานรอบตำบล เพราะไม่ยอมให้ยึดกล้องยาฝิ่น
ในตัวอำเภอยังได้ฆ่าผู้ดีตัวสำคัญเสียด้วยอย่างเยี่ยนหรงซิงในเซียงถาน หยางจื้อเจ๋อในเหนิงเซียง