คุณูปการ ปฏิวัติ ชาวนาจน(65) – เหมาระบุต่อไปว่า จากการสำรวจในฉางซาปรากฏว่า ในจำนวนประชากรในชนบทนั้นที่เป็นชาวนาจนมีร้อยละ 70 ชาวนากลางมีร้อยละ 20 เจ้าที่ดินและชาวนารวยมีร้อยละ 10
ในจำนวนร้อยละ 70 ที่เป็นชาวนาจนแบ่งเป็นคนจนที่สิ้นเนื้อประดาตัว กับที่เกือบสิ้นเนื้อประดาตัว
พวกที่ไม่มีสมบัติอะไรเลย คือไม่มีทั้งที่ดินและทุนรอน และไม่มีที่พึ่งในการ ครองชีพเลย จำต้องจากบ้านไปเป็นทหารหรือรับจ้างทำงาน หรือไม่ก็เร่ร่อนขอทาน
เป็น “คนจนที่สิ้นเนื้อประดาตัว” ทั้งสิ้นมีเป็นจำนวนร้อยละ 20
ส่วนพวกกึ่งไร้สมบัติ คือ มีที่ดินอยู่บ้างหรือมีทุนรอนอยู่บ้าง แต่รายจ่ายมาก รายได้น้อย มีชีวิตอยู่ในท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย ทุกข์ยากชั่วนาตาปี เช่น กรรมกรหัตถกรรม
ลูกนา(ยกเว้นลูกนาที่มั่งคั่ง) และชาวนากึ่งมีนาทำเอง เป็นต้น
เป็น “คนจนที่เกือบสิ้นเนื้อประดาตัว” ทั้งสิ้น มีเป็นจำนวนร้อยละ 50 มวลชนชาวนาจนกลุ่มใหญ่นี้รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนร้อยละ 70 ของประชากรในชนบท เป็นกระดูกสันหลังของสมาคมชาวนา
เป็นกองหน้าในการโค่นอิทธิพลศักดินา
เป็นผู้ได้ประกอบคุณงามความดีอันยอดเยี่ยมในการบรรลุภารกิจปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ที่ทำกันไม่สำเร็จมาเป็นเวลานานปี ถ้าไม่มีชนชั้นชาวนาจน (ตามคำพูดของพวกผู้ดีคือไม่มี “พวกกุ๊ย”)
ย่อมไม่อาจสร้างภาวะปฏิวัติในชนบทที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ขึ้นได้อย่างเด็ดขาด
ย่อมไม่อาจโค่นพวกเจ้าถิ่นและผู้ดีเลวร้าย และบรรลุการปฏิวัติประชาธิปไตยได้อย่างเด็ดขาด เพราะว่าชาวนาจนปฏิวัติที่สุด ดังนั้น พวกเขาจึงได้มีอำนาจนำในสมาคมชาวนา
ในระยะที่ 1 และที่ 2 ตำแหน่งประธานและกรรมการของสมาคมชาวนาชั้นล่างสุด ทั้งหมด
ได้แก่ชาวนาจนเกือบทั้งสิ้น(เจ้าหน้าที่สมาคมชาวนาชั้นตำบลในอำเภอเหิงซานร้อยละ 50 เป็นชั้นชนคนจนที่สิ้นเนื้อประดาตัว ร้อยละ 40 เป็นชั้นชนคนจนที่เกือบจะสิ้นเนื้อประดาตัวร้อยละ 10 เป็นพวกปัญญาชนยากจน)
การนำโดยชาวนาจนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่มีชาวนาจนก็ไม่มีการปฏิวัติ ถ้าปฏิเสธพวกเขาก็คือปฏิเสธการปฏิวัติ ถ้าโจมตีพวกเขาก็คือโจมตีการปฏิวัติ
ทิศทางหลักในการปฏิวัติของพวกเขาไม่เคยผิดพลาดเลย
พวกเขาได้ลบหลู่ศักดิ์ศรีของพวกเจ้าถิ่นและผู้ดีเลวร้าย พวกเขาได้ตีพวกเจ้าถิ่นและผู้ดีเลวร้ายใหญ่น้อยให้ล้มคว่ำไปกับพื้น แล้วเอาตีนเหยียบลงไปอีก
การกระทำมากมายที่เรียกกันว่า “เลยธง” ของพวกเขาในระยะการปฏิวัตินั้น
แท้ที่จริง เป็นความต้องการของการปฏิวัติทีเดียว รัฐบาลชั้นอำเภอ สำนักงานพรรคประจำอำเภอ และสมาคมชาวนาชั้นอำเภอในบางอำเภอของหูหนานได้กระทำผิดไว้บางประการ
บางแห่งถึงกับส่งทหารไปจับกุมเจ้าหน้าที่สมาคมชาวนาชั้นล่างตามคำเรียกร้องของเจ้าที่ดิน
ในเรือนจำที่อำเภอเหิงซานและเซียงเซียงได้คุมขังประธานและกรรมกรสมาคมชาวนาชั้นตำบลไว้หลายต่อหลายคน ความผิดอันนี้ฉกรรจ์ยิ่งนัก
เป็นการเสริมความฮึกเหิมของพวกปฏิกิริยา
พอมีการจับกุมประธานและกรรมการสมาคมชาวนาเข้า พวกเจ้าที่ดินที่ไม่แยแสต่อกฎหมายบ้านเมืองในท้องที่นั้นๆ ก็ดีใจกันใหญ่
บรรยากาศปฏิกิริยาก็ทวีสูงขึ้นมาก ดูเพียงแค่นี้ก็รู้ได้ว่าเรื่องนี้ผิดหรือไม่ผิด
เราต้องคัดค้านเสียงโจษจันที่ปฏิปักษ์ปฏิวัติที่พูดกันว่า “การเคลื่อนไหวพวกกู๊ย” “การเคลื่อนไหวชาวนาหลังยาว” อะไรเทือกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องระมัดระวังอย่าให้มีการกระทำผิดพลาด
ที่เป็นการช่วยพวกเจ้าถิ่นและผู้ดีเลวร้าย แต่เป็นการโจมตีชนชั้นชาวนาจน
ความจริงในหมู่หัวหน้าชาวนาจนนั้นถึงแม้บางคนจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างก็จริง แต่เดี๋ยวนี้ส่วนมากได้กลายเป็นคนดีแล้ว จากการสำรวจในเหิงซานในบรรดาหัวหน้าชาวนาจนมีร้อยละ 85 ได้กลายเป็นคนดี
ทำงานเก่งและขยันขันแข็งมาก
การที่จะแก้ปัญหา “คนไม่ดีจำนวนน้อย” นี้ก็มีแต่โฆษณาต่อมวลชน อบรมผู้มีนิสัยไม่ดีเหล่านั้น และปรับปรุงวินัยของสมาคมชาวนาให้ดีขึ้น
ภายใต้คำขวัญ “ปรับปรุงวินัย” ของสมาคมชาวนาเท่านั้น