‘นภ พรชำนิ’ ชูธง ‘เกษตรอินทรีย์’อุ้มโลก“ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้โลกนี้ดีขึ้น สังคมอินทรีย์เป็นทางออกทางหนึ่ง ถ้าสังคมเหล่านี้เริ่มแข็งแรงและเติบโต แสดงว่าคุณภาพชีวิตของคน ทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภคต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะเวลา ที่เราผลิตอินทรีย์จะไม่ผลิตแบบโอเวอร์ซัพพลาย ปลูกเท่าที่จำเป็น และทุกสิ่งที่ทำออกไปไม่ทำให้โลกนี้แย่ลง วิถีอินทรีย์คือไม่ทำลายโลก ผมถึงบอกว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบยั่งยืน” นภ พรชำนิ ผู้บริหาร ไลฟ์อีส (LIFEiS) บริษัทที่ทำธุรกิจเพื่อสังคม กล่าวตอนหนึ่งในโอกาสที่มาร่วมเปิดแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ “TOCA” ที่ร้านปฐม ออร์แกนิก ลีฟวิ่ง กลางซอยทองหล่อ 23 เมื่อไม่นานมานี้

หากติดตามข่าวคราวด้านเกษตรอินทรีย์ จะเห็นได้ว่า “นภ” และนักแต่งเพลงคนดัง อย่าง “บอย โกสิยพงษ์” ผู้ร่วมก่อตั้งไลฟ์อีส สนใจเกษตรอินทรีย์มาสักพักแล้ว และได้มีโอกาสร่วมงานกับทางสามพรานโมเดลมาหลายครั้งหลายหน โดย “คุณอรุษ นวราช” นายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย ในฐานะ ผู้ขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เป็นผู้ชักชวน

คุณอรุษบอกว่า การได้รับความร่วมมือจากกลุ่มศิลปินซึ่งมีแฟนคลับจำนวนมาก ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีฐานลูกค้ามากมาย กลุ่มองค์กรที่ต้องการทำซีเอสอาร์ กับพนักงาน ให้พนักงานมีสุขภาพแข็งแรงกินอาหารปลอดภัย อย่างกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ในโปรเจ็กต์ร้อยพลังเปลี่ยนประเทศ จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมที่สำคัญ ในการปลุกกระตุ้นให้คนไทย ตื่นตัวมาร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ และส่งต่อความร่วมมือไปยังเครือข่ายพันธมิตรอื่นๆ ที่สนใจให้เข้ามาร่วมมากขึ้น

สำหรับจุดเด่นของแอพ พลิเคชั่น “TOCA Platform” คือ 1.ซื้อตรงจากเกษตรกรอินทรีย์ มากกว่า 15 กลุ่ม ในเครือข่ายเกษตรกรสามพรานโมเดล วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง จ.อำนาจเจริญ พีจีเอส ออร์แกนิก เชียงราย จ.เชียงราย 2.สินค้ามีความหลากหลายมากกว่า 100 รายการ ทั้งข้าว ผัก/ผักพื้นบ้าน ผลไม้ สินค้าแปรรูป เนื้อสัตว์ ไข่ น้ำผลไม้ 3.ราคาที่เป็นธรรม เนื่องจากเป็นการกำหนดราคาตามต้นทุนการผลิตที่แท้จริง รวมถึงต้นทุนการขนส่งจากแหล่งผลิตในพื้นที่ต่างๆ ที่เกษตรกรอินทรีย์แต่ละรายตั้งอยู่

4. มั่นใจได้ด้วยระบบการตรวจสอบย้อนกลับ บล็อกเชน (Blockchain) 5.ใช้งานง่าย เชื่อมโยงโซเชี่ยลมีเดียอื่นๆ เช่น ไลน์ และเว็บไซต์ 6.บริหารงานโดยสมาคม ผู้บริโภคอินทรีย์ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงหากำไรและมุ่งเป็นเสียงของผู้บริโภค

ในการร่วมขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ครั้งนี้ “นภ” เล่าว่า “ไลฟ์อีสตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องที่ดีๆ ในสังคม ซึ่งเรื่องอาหารที่ปลอดภัยเป็นสังคมอินทรีย์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีสามพรานโมเดล และทางสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ทำอยู่แล้ว ขณะที่ไลฟ์อีสจะทำให้คนรู้จักสิ่งดีๆ เหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยตนกับพี่บอยเข้าไปคุย เรื่องภาพรวมว่าจะทำอย่างไรถึงจะยั่งยืน ไม่ใช่แค่คนรู้อย่างเดียวแต่ต้องสามารถสั่งแล้วส่งถึงบ้านได้ด้วย จากต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคจะซื้อของ ได้ถูกลง ผู้ผลิตก็จะผลิตของที่มีคุณภาพ และสามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองเพิ่มขึ้น”

ไลฟ์อีสพยายามบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า ณ วันนี้ จะกินอาหารปลอดภัยสามารถสั่งได้แล้ว เป็นเกษตรอินทรีย์ 100% ของเสียจะน้อยลง ผู้บริโภคจะซื้อของในราคาที่ถูก เมื่อเทียบกับการไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่บวกเพิ่ม 2-3 เท่า เรียกว่าวินวินทุกฝ่าย ลูกค้าก็ได้กินอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนเกษตรกรโดยตรง สังคมอินทรีย์จะค่อยๆ ยั่งยืนขึ้น มันไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ยั่งยืนขึ้น มีคนผลิต มีคนบริโภคมากขึ้นตามลำดับ ขยายจากการซื้อกันเองตามตลาด เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นว่าอาจจะเกิดโมเดลแบบนี้ตามที่ต่างๆ

เช่นตึกออฟฟิศ หมู่บ้านจัดสรรใหญ่ๆ ถ้ากลุ่มเหล่านี้รวมตัวกันแล้วสั่งออร์เดอร์สัก 2 หมื่นต่ออาทิตย์ได้ หรือร้านอาหารในละแวกเดียวกัน จะช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยังสามารถบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ส่งถึงลูกค้าได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

กับคำถามว่าไลฟ์อีสดำเนินการเรื่องนี้เป็นรูปธรรมอย่างไร

“ไลฟ์อีสได้เจอเป็นพันธมิตรในทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องนักดนตรี ดาราหรือนักวิชาการ หรือเจ้าของกิจการต่างๆ เราสามารถนำเรื่องนี้ไปเชื่อมต่อให้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยไม่มีต้นทุนอะไร เพียงแต่เล่าเรื่องดีๆ ให้คนได้รู้ว่ามีเรื่องดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นแล้ว”

มีดารานักร้องคนไหนที่ไปเชื่อมโยงบ้างแล้ว

“ที่ผ่านมาได้ไปชักชวนไว้เยอะมากไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงต่างๆ ผมคุยไว้กับทุกค่ายเพลงว่าต่อไปถ้ามีงานคอนเสิร์ต ผมขอนำเรื่องนี้ไป คุยด้วย ซึ่งทุกค่ายก็โอเค เพราะสามารถเชื่อมโยงได้ เพลงก็เป็นส่วนหนึ่ง อาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายและจิตใจดีขึ้น ดาราที่หัน มาทานอินทรีย์ก็มีมากขึ้น อย่าง “เชอรี่” เข็มอัปสร, คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก และพี่บอย ผมเองไม่ได้มองแค่ศิลปิน แต่ยังมองรวมถึงกลุ่มแฟนเพลง รวมถึงโรงเรียนต่างๆ ในประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำต่อเนื่อง”

นภบอกด้วยว่า “ครอบครัวสั่งผักออร์ แกนิกทุกสัปดาห์ ประมาณสัปดาห์ละ 1,000 บาท แต่ถ้าต่อไปสั่งผ่านแอพฯ โทก้า จะสั่งได้ถูกขึ้นจ่ายแค่ 400-500 บาทเท่านั้น ได้จำนวนผักเท่าเดิม แต่ต้องไปรวมกับเพื่อนๆ ญาติๆ เพื่อให้ได้ออร์เดอร์ใหญ่ๆ จะได้มารับที่ร้านปฐมฯทุกสัปดาห์”

นักร้องรุ่นใหญ่รายนี้บอกอีกว่า วันนี้สินค้าเกษตรอินทรีย์แค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น มีโอกาส ที่จะโตได้อีกเยอะมาก นี่เป็นเพียงแค่ก้าวที่ 2 ที่ 3 เท่านั้น ถ้าค่อยๆ โตทีละก้าว ค่อนข้างมั่นใจว่าดีมานด์กับซัพพลายจะไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ราคาจะไม่ขึ้นลงแบบน่ากลัว เพราะผลิตตามความต้องการ ในอนาคตสามารถกำหนดได้ ของเสียก็จะไม่มี ถ้าเป็นในระบบเกษตรอุตสาหกรรมของเสียจะเกิด 40% ซึ่งเยอะมาก

ทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นกันว่าไลฟ์อีส ภายใต้การนำของ “นภ” และ “บอย” เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้สังคมเกษตรอินทรีย์ ในบ้านเรายืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน