โควิดกับอาคาร – จากเรื่องศูนย์กระจายเชื้อโควิด-19 ที่มาจากชุมชนแออัดไปยังแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง และก็ได้เตือนระวังไปยังที่พักรวมของนักศึกษาในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ก็คงต้องเขียนถึงศูนย์กลางกระจายเชื้อไวรัสสำคัญก็ คือเรื่องของคุก
คุก เป็นอาคารที่ไม่ขึ้นอยู่กับพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
คุก เป็นที่พักอาศัยรวมของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกคำสั่งพิพากษาให้ต้องรับโทษและอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เพราะคุกไม่ขึ้นอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร สัดส่วนของผู้ต้องอาศัยอยู่รวมกันในคุกจึงไม่ต้องอยู่ภายใต้ กฎเกณฑ์หรือมาตรฐานของการใช้ประโยชน์ในอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
คุกจึงเป็นที่อยู่อาศัยรวมที่มีสภาพหนาแน่นมากๆ อึดอัด คับแคบ ไม่ได้และไม่อยู่ในสาธารณูปโภคที่พอเพียง มีสุขลักษณะที่ดีและมีสภาพแวดล้อมที่ดี
ดังนั้นเมื่อเกิดการแพร่เชื้อโควิด-19 ผู้คนที่อยู่ในคุกจึงติดต่อแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและน่ากลัว
คำถามก็คือ สังคมจะปล่อยให้คุกมีสภาพเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร และถ้าเรามองคนที่ถูกกักขังในคุกเป็นมนุษย์ เป็นคน มีฐานะแห่งความเป็นคน สังคมจะมีเมตตากรุณาคนเหล่านี้ได้อย่างไร
ผู้ต้องขัง มีทั้ง นักโทษเด็ดขาด คนต้องขัง และคนฝากขัง มีผู้ต้องหาคือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลหรือจำเลย คือบุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลโดยข้อหาว่ากระทำผิด
สรุปก็คือ คุก ก็คือที่คุมขังบุคคลอยู่ 2-3 ประเภท
ประเภทหนึ่งคือ ถูกคำพิพากษาตัดสินให้ถูกคุมขังเป็นนักโทษเด็ดขาด
ประเภทที่ 2 คือ ผู้ถูกศาลตัดสินแล้วและรออุทธรณ์ให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ประเภทที่ 3 คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องร้องต่อศาล
ในบรรดาผู้ต้องขังที่อยู่ในทัณฑสถานของประเทศ 212 แห่งทั้งชายและหญิงทั้งหมดประมาณ 310,830 คน บวกกับผู้ต้องขังโทษยาเสพติดทั้งชายและหญิง 252,700 คน รวม 563,500 กว่ารายนั้นมีผู้ถูกขังที่อยู่ในระหว่าง สอบสวนถึง 26,700 กว่าราย อยู่ในระหว่างไต่สวนพิจารณาอีก 13,000 กว่าราย และอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ฎีกาอีก ประมาณ 40,000 ราย เกือบ 80,000 ราย
ทั้งหมดนี้ไม่ควรที่จะถูกกักขังร่วมกับผู้ต้องขังประเภทนักโทษเด็ดขาด ไม่ว่านักโทษเด็ดขาดเหล่านั้นจะต้องรับโทษในฐานะกระทำความผิดลักษณะใด เพราะในความชอบธรรมเขาเหล่านั้นยังไม่ได้พิสูจน์ความจริง ยังไม่ถูกตัดสินได้ว่ามีความผิดหรือไม่มีความผิดใดๆ
ในประเทศที่มีอารยธรรม ผู้ต้องขังที่อยู่ในภาวะที่ถูกไต่สวนก็ดี สอบสวนก็ดี และแม้อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ฎีกาก็ดี ที่ถูกศาลสั่งให้กักขังไว้ไม่ว่าด้วยประการใด จะอยู่ในอาคารหรือสถานกักกันที่แยกออกจากทัณฑสถานเด็ดขาด บางแห่งเป็นอาคารที่ตั้งอยู่กลางเมือง และผู้ต้องขังเหล่านี้จะมีอิสรเสรีมากกว่าผู้ต้องขังชนิดต้องโทษเด็ดขาด มีอิสระที่จะปรึกษาทนายความกำหนดวิธีการต่อสู้ในศาลอย่างกว้างขวาง เพียงแต่ว่าต้องแบ่งแยกสัดส่วนของผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ คดีที่เป็นความผิดต่อชีวิตร่างกาย คดีเกี่ยวกับการโจรกรรม หรือคดีที่เกี่ยวกับความผิดต่อแผ่นดิน เป็นส่วนๆ ไป
เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพื่อความเป็นผู้มีอริยธรรม กระทรวงยุติธรรมต้องจัดหางบประมาณเพื่อสร้างที่คุมขัง ผู้ต้องหาให้แยกออกจากสิ่งที่เรียกว่า คุก
อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อลดความแออัด ความไม่ต้องสุขลักษณะของความเป็นอยู่ของชีวิต
นายช่าง