ศีลในพุทธศาสนา – ศีล หมายถึงพฤติกรรม หรือการกระทำที่บริสุทธิ์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตนตามหลักการของ ไตรศึกษา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์
มีคำอธิบายคำว่า ศีล ในพระพุทธศาสนาอยู่หลายประการ
พจนานุกรมพุทธศาสนาฉบับประมวลศัพท์ของท่าน ป.อ.ปยุตโต อธิบายว่า
ศีล ความประพฤติดีทางกายและทางวาจา การรักษากายและวาจาให้เรียบร้อย ข้อปฏิบัติสำหรับควบคุม กาย วาจา ให้อยู่ในความดีงาม การรักษาปกติตามระเบียบวินัย ปกติมารยาทที่ปราศจากโทษ ข้อปฏิบัติในการพักกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น ความสุจริตทางกายวาจาและอาชีพ
วิกิพีเดีย ศีล ข้อปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานในทางศาสนา เพื่อควบคุมความประพฤติทางกายวาจา ให้อยู่ในความดีงาม และมีความปกติสุข
บางแห่ง ศีล แปลว่า ปกติ การไม่กระทำให้เกิดโทษแก่กายและวาจา หรือมีเจตนาความตั้งใจที่จะละเว้นจากกายทุกห้อง
ศีล คือ ความคิดที่จะเว้นจากมโนทุจริต คือ ความคิดเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ได้แก่ ความโลภ ความอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาท
ศีล คือ ความสำรวมระวังปิดกั้นความชั่ว
ศีล คือ การไม่ล่วงละเมิดทำความผิดต่อตนเองและผู้อื่น
ศีลในพุทธศาสนามีรายระดับตามเพศฆราวาส ได้แก่ ระดับ 1 เรียกว่า จุลศีล คือ ศีล 5 ได้แก่ การเว้นจากการทำให้ชีวิตสัตว์ล่วงไป การเว้นจากการได้ทรัพย์มาโดยไม่ชอบ เช่น การปล้น การลักขโมย การฉ้อโกง หลอกลวง การเว้นจากการทำลายแย่งชิงของรักของหวงของบุคคลอื่น การเว้นจากการพูดเท็จ เพื่อหลอกลวงผู้อื่น การพูดที่ทำให้เกิดโทษแก่ตนเองแก่ผู้อื่น
และสุดท้ายก็คือ การไม่มัวเมาในเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดความประมาทในการใช้ชีวิตและขาดสติปัญญา
สำหรับบุคคลที่ปรารถนาหรือประสงค์ที่จะเพิ่มพูนสติปัญญาของ ตัวเองก็ต้องประพฤติปฏิบัติที่จะไม่ทำให้เกิดโทษแก่จิตของตนเองด้วยการถือปฏิบัติให้เคร่งครัดด้วยการไม่บำเรอตนเองให้เพลิดเพลินในกามารมณ์ เรียกว่า การถืออุโบสถศีล และเคร่งครัดยิ่งขึ้น ก็คือ การเป็นผู้ไม่สะสมเงินทอง เรียกว่า ทศศีล ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเช่นนี้ เรียกว่า อุบาสกอุบาสิกา หรือหากเป็นบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็น่าจะนับว่าเป็น สามเณรหรือสามเณรี เป็นศีลระดับ 2
ส่วนศีลสำหรับนักบวชเป็นภิกษุหรือภิกษุณี ก็คือ การถือวัตรปฏิบัติให้เคร่งครัดเพื่อควบคุมกายและวาจา ตลอดจนวัตรปฏิบัติให้ละเอียดยิ่งขึ้น เรียกว่า ภิกษุวินัย มี 227 ข้อ และภิกษุณีวินัยมี 311 ข้อ เป็นศีลระดับ 3
ผลที่ได้จากการปฏิบัติหรือประพฤติตัว หรือมีวัตรปฏิบัติตามศีลย่อมบรรลุผลสำคัญคือ
ผู้มีศีลย่อมได้ประโยชน์ดังนี้
เป็นผู้เข้าถึงและอยู่ในความดีงาม
เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ (หมายถึงความพอเพียงต่อการดำรงชีวิต)
เป็นผู้เข้าถึงนิพพาน คือ ความสุขบริสุทธิ์ (ความสุขที่ไม่เจือด้วยอามิส คือความเป็นโทษ)
ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์