ผู้ปกครองประหยัด – เปิดเทอมใหญ่ปี 2564 นี้ เป็นอีกหนึ่งปีที่ผู้ปกครองต้องเผชิญกับปัญหาการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปจากช่วงเวลาปกติกลางเดือนพ.ค.ของทุกปี

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในระยะเวลาอันใกล้ สร้างความกังวลต่อผู้ปกครองส่วนใหญ่ หากบุตรหลานต้องกลับไปเรียนอีกครั้ง เนื่องจากมองว่าการระบาดครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงและยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลายาวนาน ยังส่งผลกระทบต่อสถานะเศรษฐกิจภาคครัวเรือน ผู้ปกครองบางรายเผชิญกับรายได้ลดลงและความเสี่ยงจากการไม่มีงานทำ

การระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้ กระทบหนักต่อสภาพคล่องในครัวเรือน ซึ่งในช่วงนี้ของทุกปีผู้ปกครองที่มีบุตร ในวัยเรียนต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดเทอมใหม่ เช่น ค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษาและกิจกรรมในโรงเรียน ค่าใช้จ่ายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และเครื่องแต่งกายนักเรียน

ทำให้ผู้ปกครองมีความกังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินในการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรหลานในการเปิดเทอมปี 2564

โดยกลุ่มผู้ปกครองที่มีความกังวลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง (รายได้ต่อครัวเรือนต่ำกว่า 60,000 บาท เป็นกลุ่มพนักงานงานเอกชนและประกอบอาชีพอิสระ) ซึ่งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการระบาดของโควิด-19 ที่ยาวนาน ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย อาทิ ตนเองหรือสมาชิกในครอบครัวตกงาน ถูกปรับลดชั่วโมงทำงาน ไม่สามารถออกไปขายสินค้าได้ ยอดขายของธุรกิจลดลง ทำให้รายได้ในครัวเรือนลดลงแต่รายจ่ายยังคงเดิม

ประเมินว่า มูลค่าการใช้จ่ายในด้านการศึกษาสำหรับ บุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2564 นี้ อาจหดตัวลงประมาณ 6.6% เมื่อเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีมูลค่าประมาณ 26,400 ล้านบาท หดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเพราะนโยบายลดภาระค่าเล่าเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง รวมถึงจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบลดลง

แต่ที่สำคัญเป็นผลจากความระวังและการประหยัด ของผู้ปกครอง ด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าเพื่อบุตรหลานอย่าง ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์เครื่องเขียน และอื่นๆ ค่อนข้างมาก โดยผู้ปกครองมองว่าจะซื้อเท่าที่จำเป็น

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน