พท.แนะปลดล็อกคำวินิจฉัยผู้ตรวจ – เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะคณะกรรมการนโยบายด้านสาธารณสุขพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขอเรียกร้องไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ยกเลิกคำว่าวัคซีนทางเลือกและประกาศให้วัคซีนที่มีคุณภาพที่ดี มีประสิทธิภาพสูงทุกตัวที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัคซีนที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินและทางอย.ได้ขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในประเทศได้ให้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ เช่น โมเดอร์นา ไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน แอสตร้าเซนเนก้า
เดิมทีรัฐอาศัยคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าการจัดหาวัคซีนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น โดยอ้างว่าอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเรียกร้องศบค.ให้ปลดล็อกคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะคำวินิจฉัยนั้นเน้นแค่ในระยะแรก หากยังมีคำว่าวัคซีนทางเลือก จะเกิดสิ่งที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ในเรื่องสิทธิของประชาชนในมาตรา 47 วรรคสาม “บุคคลย่อมมีสิทธิ์ได้รับการป้องกัน ขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” แต่รัฐบาลได้ประกาศหลีกเลี่ยงและประกาศวัคซีนหลักเพียงตัวใดตัวหนึ่ง จึงทำให้วัคซีนตัวอื่นที่เหลือนั้นตีตราว่าเป็นวัคซีนทางเลือก ผู้ที่ให้บริการหากนำมาให้บริการก็สามารถเก็บค่าใช้จ่ายเอง ถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนและรัฐเองก็ปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ
“การมีวัคซีนทางเลือกนอกจากไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วยังตามมาด้วยความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนและเกิดปัญหาบานปลาย ทำให้ประชาชนลุกฮือประท้วงหรือสร้างความวุ่นวาย ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถหาวัคซีนให้กับประชาชน ความสามารถนั้นจะกลับมาย้อนใส่ตัวท่านเอง คือท่านไม่มีวัคซีนคุ้มกันทางการเมือง” นพ.ชลน่านกล่าว