พรรคเศรษฐกิจ กางผังแฉระบบ อากง ชี้ เป็น “จุฬาคอนเน็กชั่น-อดีตผอ.เขต” เป็นมือขวา โกยประโยชน์ กทม. “คริส” ยัน ไม่ได้ดิสเครดิตหวังผลการเมือง ลั่น มีหลักฐานพร้อมเปิด ท้า “ชัชชาติ”
6 มิ.ย. 69 – ที่อาคารเอ็ม กรุ๊ป ถ.วิภาวดีฯ พรรคเศรษฐกิจ นำโดย นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงเปิดหลักฐานระบอบอากง หรือ ระบบความไม่โปร่งใสภายในกทม. ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การซื้อขายตำแหน่งในการตั้งโยกย้ายข้าราชการ
โดยกางแผนผังระบบอากง ที่ปรากฎตัวบุคคล ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม.เป็นคนแต่งตั้งและทราบดีว่าเป็นใคร และยังมีชายปริศนา “ป ร” อดีตผอ.เขต มือขวาของ อากง ที่แต่งตั้งโดย นายชัชชาติ รวมถึง “ผังการทำงาน หรือผังทำมาหากิน“ของ 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาด และฝ่ายสิ่งแวดล้อม และเอกสารแต่งตั้งโยกย้าย

นายคริส กล่าวว่า การแถลงครั้งนี้ไม่ใช่ดิสเครดิต หรือโจมตีทางการเมือง แต่พูดความจริงเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ที่ต้องยอมรับว่ายังมีอยู่ในกทม.แม้แต่นายชัชชาติ ก็พูดตรงกันว่าการทุจริตใน กทม.ยังมีอยู่ แต่มีคำถามเกิดขึ้นว่า ผู้ว่าฯ ที่พวกเราเชื่อว่า เป็นคนดี มีความสามารถเข้ามาทำงาน 4 ปี แต่ทำไมคนดี คนสุจริต ทำไมยังบริหารกทม.ให้บริสุทธิ์ไม่ได้ ดังนั้นต้องมาชี้สาเหตุว่าทำไมทุจริตยังมีอยู่
นายคริส กล่าวว่า ระบอบอากง คือคนที่มีเส้นสายในกทม.ทั้งในงานโยธา มีบริษัทที่รับงานใน กทม. อากง คือเปรียบเหมือน ผู้ว่าฯเงา เป็นคนขับเคลื่อนบริหารงาน โดย นายชัชชาติ เป็นแค่ผู้เซ็นต์ชื่อเท่านั้น และยังแต่งตั้งชายปริศนา เรียกว่า “ปร.” อดีตผอ.เขต เข้ามาทำมาหากินแบบเส้นเลือดฝอย

โดยอากง เป็น จุฬา คอนเน็กชั่น ซึ่ง นายชัชชาติ รู้จักดี ทั้งนี้ปัญหา เหล่านี้ตนได้รับร้องเรียน จากผู้ที่ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งมาร้องเรียน และบุคคลต่างๆ โดยให้ข้อมูลว่าใครที่อยากเป็น ผอ.เขต ชายปริศนา ปร. จะเรียกไปคุย ซึ่งคนที่ปฎิเสธการจ่ายเงิน 4 กิโล จะไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง ดังนั้นนายชัชชาติ ต้องไปถามผอ.เขต หลายแห่ง ว่าต้องจ่ายเงินหรือไม่
นายคริส กล่าวว่า นอกจากนั้นการบริหารงาน 4 ฝ่าย ที่ถูกนำไปหาประโยชน์เป็นการส่วนตัว เช่น ฝ่ายเทศกิจ ที่ปล่อยให้มีต่างชาติ เข้ามาทำการค้าขายและเรียกเก็บเงิน 3-5 แสนบาท ส่วนฝ่ายรักษาความสะอาด ที่ใช้ของราชการไปใช้ส่วนตัว เพื่อหาประโยชน์ ในการตัดต้นไม้

ขณะที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม เช่นการตรวจบ่อดักไขมัน เดือนละประมาณ 5 แสนบาท ส่วนฝ่ายโยธา ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ได้จำนวนเงิน ปีละกว่าพันล้านบาท เฉลี่ยต่อเขตๆละ 10 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าสุดท้ายเงินที่ขูดรีดไปไหน และทุกสำนักงานเขตเกิดเหตุแบบนี้เกือบทั้งนี้
นายคริส กล่าวว่า นายชัชชาติ ไม่สามารถปฎิเสธการรับผิดชอบได้ เพราะเป็นผู้บริหารสูงสุด แต่กลับบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำกันเอง จึงต้องถามว่าเพราะเงินที่จ่าย 4 โล เหมือนเป็นต้นทุนสัมปทาน ให้ทำมาหากินได้หรือไม่ และเรื่องดังกล่าวเกิดจริงหรือไม่

ขอให้ย้อนไปก่อนหน้านั้นเคยปรากฎข่าว เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 มีข้อความว่า นายชัชชาติ ระบุรับไม่ได้กับการทุจริต และมีการเอ่ยชื่อบุคคล “ป” เช่นกัน จึงเกิดคำถามว่าเป็นคนเดียวกันกับผัง ในปี69 ที่มีชายปริศนา “ป ร.” ที่มีการเชื่อมโยงกับระบบอากง หรือไม่
รวมถึงกรณีที่ นายชัชชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายให้ผอ.เขต และผู้ตรวจ 16 คน ไปรับตำแหน่ง ภายในเวลาเพียง 9 วัน โดยไม่สนใจคำสั่งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(กพค.)ที่ให้แก้ไขกฎเกณฑ์ ถือเป็นการแทรกแซง ท้าทายโดยไม่สนใจคำสั่งกพค.หรือไม่
“เมื่อนายชัชชาติ ถามหาหลักฐาน เราก็มีหลักฐานมาให้ดู และถามกลับว่า กล้ากำจัดระบบอากง ออกจากกทม.และทำตัวเองให้เป็นผู้ว่าฯขับเคลื่อนงานอย่างแท้จริง และผมเชื่อว่านายชัชชาติ มีโอกาสเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกครั้ง จึงเรียกร้องให้กล้าประกาศจัดการระบบอากง ไม่มีการเก็บเงินส่งนาย หรือการทำมาหากินของ ผอ.เขต
แต่สิ่งที่สงสัย นายชัชชาติ ยังเกรงใจระบบอากง เพราะผอ.เขต เป็นเครือข่ายที่จะมาจัดการเลือกตั้งหรือไม่ วันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่จะถกเถียงว่าสิ่งที่ผมพูด และได้รับร้องเรียนมีจริงหรือไม่ และที่พูดไม่ได้พูดเพื่อหาเสียง แต่อยากให้กทม.ดีขึ้น และผอ.เขตไหน ที่จะฟ้องผมให้มาเลย จะได้ดูหลักฐานกัน” นายคริส กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้าย สมัยก่อนนายชัชชาติ หรือไม่ นายคริส กล่าวว่า เรามี สก.ที่ให้ข้อมูล แต่เรื่องไม่ดังไม่ได้รับความสนใจ จนถึงช่วง 4 ปี หลังเริ่มหนักขึ้น จึงอยากให้แก้ไขตรงนี้ ในส่วนของพรรคเศรษฐกิจ อยากให้มีการแก้กฎหมายอาญา เรื่องการให้และรับ โดยระบุผู้ให้ไม่มีความผิดเพื่อจะได้ให้เบาะแสข้อมูล และแก้กฎหมายป.ป.ช.ในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยให้ผอ.เขต ต้องแสดงและเปิดเผยรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินด้ว ย
ด้านพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เศรษฐกิจ กล่าวว่า หากได้รับเลือกไปเป็นผู้ว่ากอกทม. มีนโยบายที่จะเอาผิดเรื่องการทุจริตโดยตั้งคณะกรรมการสอบเพื่อดำเนิน คดีให้ถึงที่สุดหากพบว่าผิดก็ต้องไล่ออก