(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ผู้ใช้นามแฝงว่า “สิทธิเดช อำพรพล”
ปัญหาที่ผู้เรียนพบบ่อยๆ คือ ผู้เรียน ไม่มั่นใจเรื่องระดับความรู้ที่มีอยู่ว่ายังไม่พอ และยังไม่มีใครบอกได้ชัดเจน ว่าโหรจะต้องรู้ระดับไหนจึงจะเข้าสู่บรรยากาศของการทำนายจริงได้ ผู้เขียนขอบอกว่า เมื่อตำราพอรู้เรื่องแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน และสามารถค้นหาต่อให้ละเอียดลึกซึ้งได้ โหรจะต้องใช้ความรู้เท่าที่มีอยู่ทำนายจริง เพื่อทดลองความรู้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตำรา เพื่อจะได้จำเอาไว้ใช้อีก สรุปว่า เป็นการวัดระดับความถูกต้องในความรู้ไปด้วยตัวโหรว่ารู้อะไร ไม่รู้อะไร และต้องหาความรู้อะไรมาเพิ่มเติมอีกเท่าไร ก็ตอนได้ทำนายจริงนี่แหละ แน่นอนที่สุดความรู้จะต้องมาเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ และจะเพิ่มพูนความชำนาญขึ้นทุกครั้งที่ทำนายจริง
จากบรรยากาศของการทำนายจริง ผู้เรียนจะต้องสำนึกไว้เสมอว่า “ทำนายผิดเป็นครู” และทำนายการเป็นอาจารย์” โหรจะต้องมีความคิดอย่างนี้ เป็นหลักประจำใจเอาไว้เสมอ เพราะไม่มีใครสามารถทำนายได้ถูกต้องเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ในตอนแรกๆ แต่ต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ จากระดับพอใช้ไปจนถึงขั้นดีมาก
เรื่องอะไรที่โหรพอรู้แล้ว เมื่อทำนายออกไป ลูกค้ายอมรับว่าถูกต้อง โหรก็จะมั่นใจในข้อมูลสถิติ และความรู้ที่โหรได้รับจากตำรา ส่วนไหนที่โหรทำนายผิด ก็เป็นเรื่องที่โหรต้องกลับมาทบทวนเพิ่มเติม ค้นหาส่วนที่ถูกต้องแล้วกลับไปบอกลูกค้าใหม่ ในเวลาเดียวกันโหรจะต้องจดจำไว้ คราวหน้าจะต้องไม่ผิดอย่างนั้นอีก แรงจูงใจที่จะค้นคว้าหาความรู้แล้วกลับไปแก้ไขคำทำนายผิดให้เป็นถูก จะช่วยให้โหรได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น แล้วโหรจะต้องมีภาระกลับไปทำนายให้ลูกค้าคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง
การอ่านตำราโหราศาสตร์จะต้องอ่านอย่างไร?
การอ่านตำราโหราศาสตร์จะอ่านแบบนวนิยายไม่ได้ คืออ่านตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้ หากแต่ต้องอ่านเป็นบางส่วน เท่าที่โหรสงสัยใคร่จะรู้เท่านั้น ในชั้นแรกโหรต้องอ่านตำราเพียงย่อๆ เพื่อทำดรรชนี (Index) การเปิดอ่านแบบค้นคว้า คราวใดที่โหรทำนายแล้วเกิดความสงสัยว่าทำนายผิดไป และเรื่องที่จะทำนายให้ถูกต้องครบถ้วนนั้น จะต้องอ่านเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม
อ่านแบบค้นคว้า เฉพาะเรื่อง เฉพาะตอน เมื่ออ่านค้นคว้าตอนที่สงสัยหมดแล้ว หยุดอ่าน เลือกจดจำเฉพาะเรื่องที่อยากรู้
ความจำจะเกิดขึ้นในขั้นตอนการทำนายจริง จดจำการแสดงสีหน้า และท่าทางยอมรับของลูกค้า หรือกิริยาท่าทางของคนที่มาดูด้วย โหรจะได้ความเชื่อมั่นในแต่ละเรื่องมากขึ้น เมื่อโหรกลับมาค้นคว้าและทบทวนเฉพาะเรื่องที่ทำนายผิด โหรจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น รู้ว่าเรื่องที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร ในที่สุดโหรจะได้รับความรู้ทั้งความถูกต้องและเรื่องที่ทำนายผิด ได้หลักที่ว่า “ผิดเป็นครู” ส่วนที่ถูกต้องก็เป็นอาจารย์ โหรจะมั่นใจในส่วนที่ถูกต้องให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
(อ่านต่อฉบับหน้า)
บุศพันธ์