สะใภ้ ‘อาภัสรา หงสกุล’ อิ่มเอมใจวิถีเกษตรกร – หากใครไปตลาดสุขใจที่สวนสามพรานจ.นครปฐม ย่อมจะคุ้นตากับแม่ค้าสาวหน้าสวย “กิ๊บ-บุรีรัตน์ กิติยากร ณ อยุธยา” ภรรยาสาวของ หม่อมโจ้-ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร ลูกชายคนโตของ “อาภัสรา หงสกุล” อดีตนางงามจักรวาลคนแรกของไทย ซึ่งมาขายมะละกอและผลผลิตอื่นๆ ในไร่ อยู่เป็นประจำ บางครั้งอาจมีหนุ่มน้อยหน้าใส ด.ช.กัสสป วัย 9 ขวบ ลูกชาย มาช่วยขายด้วยแต่พอช่วงโควิดระบาดจำต้องหยุดขาย แต่นำผลผลิตมาฝากขายที่ตลาดสุขใจ

จากปี 2557 ที่หม่อมโจ้และครอบครัว มาบุกเบิกทำเกษตรอินทรีย์ ที่บ้านกุดโง้ง ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในเนื้อที่ 45 ไร่ วันนี้ผลผลิตทางการเกษตรมีให้เก็บกินเก็บขายหลายอย่าง ทั้งมะละกอฮอลแลนด์ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ส้ม มะนาว และแตงโม ฯลฯ และพืชผักนานาชนิด ซึ่งที่ผ่านมาขายได้หลักหลายแสนบาท โดยเฉพาะมะละกอฮอลแลนด์ที่ ใช้ชื่อแบรนด์ “Roong Organic” ถือเป็นผลไม้ทำเงินของสวนเลยทีเดียว

คุณกิ๊บเล่าว่าในพื้นที่ทั้งหมด 45 ไร่ แบ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำด้วย โดยปลูกมะละกอฮอลแลนด์ 4 ไร่ ซึ่งจะสลับหมุนเวียนในพื้นที่ที่กันไว้ 10 ไร่ ที่ผ่านมาหลังช่วงสงกรานต์และเดือนพ.ค. เก็บมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองได้ประมาณ 100 กว่ากิโลกรัม (ก.ก.) ถือว่าให้ผลผลิตไม่ดีนัก ขายก.ก.ละ 90-100 บาท ขายทั้งในออนไลน์ผ่านเพจ “Roong Organic” และฝากขายที่ตลาดสุขใจ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของสามพรานโมเดล

ช่วงปลายปีนี้มะละกอฮอลแลนด์ที่เพิ่งปลูกเมื่อเดือนก.พ. ลูกโตเก็บขายได้พอดี

ส่วนตอนนี้เก็บไข่ไก่อินทรีย์ขาย ในราคาคละไซซ์ 30 ฟอง 200 บาท ซึ่งไข่ไก่เป็นที่ ชื่นชอบของลูกค้าเพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติให้กินปลายข้าวอินทรีย์ ปลาป่น หอยป่น หยวกกล้วย และผลไม้ในไร่ที่สุกงอม ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า หรือมะละกอ และบางช่วงก็ให้กินข้าวโพดที่ปลูกเอง ทำให้ไข่ไก่มีคุณภาพสีสด ไม่คาว ลูกค้าซื้อไปกินแล้วชอบ เวลาต้มไข่แดงจะมันและมีรสชาติเค็มนิดๆ เพราะผสมเกลือในอาหารให้ไก่กินด้วย ที่สำคัญในคอกจะมีพื้นที่ให้ไก่เดินเล่น และพอฟักไข่ก็ไปฟักในคอนโดฯ ที่ทำไว้ให้

คุณกิ๊บบอกว่า เลี้ยงไก่ไข่ไว้ประมาณ 150 ตัว สัปดาห์หนึ่งเก็บไข่ได้ 10-15 ถาด ถาดละ 3 ฟอง เฉลี่ยเดือนหนึ่งได้ไข่ประมาณ 2,000 ฟอง ตั้งใจว่าจะขยายจำนวนไก่เพิ่มขึ้นเพราะลูกค้าชอบ

ในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์นั้น เธอว่าถ้าไม่เจอโรคใบด่าง ไม่เจอพายุพัดฝนตกหนักนานหลายวัน ทำให้รากเน่าใบเหลือง หรือไม่เจอแล้งผลผลิตก็จะดีมาก บางปีขายได้ หลายแสนบาท อย่าง 1 สัปดาห์สามารถเก็บได้ต้นละ 7-8 ลูก มี 500 ต้น สัปดาห์หนึ่งตัดได้อยู่ 150-200 ก.ก. ซึ่งลูกค้าที่กินมะละกอของสวนต่างชมว่าอร่อยหวานกรอบแตกต่างจากมะละกอที่ใช้ปุ๋ยเคมี

สำหรับการบำรุงดูแลมะละกอนั้น ลูกสะใภ้คนโตของ “อาภัสรา หงสกุล” ให้รายละเอียดว่า นำวัสดุที่มีในไร่มาทำเป็นปุ๋ยหมักอย่างต้นกระถินที่จะให้ไนโตรเจนก็ไปตัดมาหมักไว้ รวมทั้งใบต้นก้ามปูด้วย ส่วนปุ๋ยคอกจะไปดูวัวที่กินหญ้า ที่ไม่ได้ใช้หัวอาหาร คือทุกอย่างจะเลือกมาหมดและจะมีขี้หมู มีพวกน้ำหมักที่ทำจากมะละกอเศษอาหารที่หมักเอง นำมาใช้รดผลไม้ต่างๆ

ส่วนหญ้าที่ขึ้นตัดแล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นเลย พอถึงเวลาโดนน้ำโดนแดดจะย่อยกลายเป็นปุ๋ยในดิน ทำให้ดินแน่นและมีธาตุอาหาร มีจุลินทรีย์อยู่ด้วย อย่างไรก็ตามจะนำดินมาตรวจว่ามีธาตุสารอาหารอะไรบ้าง ถ้าขาดในส่วนไหนค่อยไปเพิ่ม โดยคุณโจ้จะเป็นคนศึกษาว่าต้องใช้อะไรบ้าง ควรใส่ปริมาณเท่าไหร่ อย่างเรื่องความหวานจะใช้ขี้เถ้า และจะสอบถามจากลูกค้าหลังจากทานมะละกอไปแล้วว่ารสชาติหวานดีหรือไม่

แม้มะละกอฮอลแลนด์จะทำรายได้ก้อนโต แต่ก็มีปัญหาอุปสรรคไม่ใช่น้อย อย่างที่คุณกิ๊บขยายความให้ฟังว่า ช่วง 2-3 ปีแรกดีมาก แต่เมื่อปีที่แล้วเจอพายุ เจอภัยธรรมชาติ แต่ละปีเจอไม่เหมือนกัน อย่างบางปีฝนเยอะ มะละกอดูดน้ำเยอะ กลายเป็นมะละกอเนื้อนิ่มไปจนเละ บางปีถ้าแล้งดอกร่วงผลร่วง ช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. เคยเกิดแล้งมากจนถึง 40 องศา รดน้ำเท่าไรก็ไม่ช่วย ความชื้นในแปลงไม่เยอะเท่าที่ควร ทำให้ผลผลิตที่มันออกมาร่วงหมดเลย ตรงขั้วแตก หลุด ต้องมาฟื้นฟูต้นเพื่อจะให้ออกดอกและออกลูกใหม่

ไม่เท่านั้น คุณกิ๊บยังนำส่วนที่เหลือมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยอย่างเช่น กล้วยหนึบหนับ ลักษณะคล้ายกล้วยตากนั่นเอง

ที่ผ่านมานอกจากหม่อมโจ้และครอบครัวจะมุ่งมั่นในการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว ยังรวมตัวกับเพื่อนบ้านตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเขาน้ำโดดออร์แกนิก มีสมาชิก 7 ราย โดยหม่อมโจ้อาสาเป็นประธานกลุ่มด้วย ซึ่งชาวบ้านย่านนั้นต่างเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งดีต่อสุขภาพทั้งตัวเกษตรกรเองและลูกค้า แถมยังขายได้ราคาอีกด้วย

คุณกิ๊บบอกว่า นับตั้งแต่เริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ปี 2557 ทุกวันนี้มีความสุขดีเพราะครอบครัวได้ทานพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมี และส่งต่อไปถึงลูกค้า ซึ่งเมื่อได้ทานแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดีอร่อย จึงเป็นกำลังใจที่จะปลูกต่อไป

ปัจจุบันสวนรุ่งออร์แกนิกนอกจากจะเป็นแหล่งผลิตพืชผักผลไม้ และไข่ไก่อินทรีย์แล้ว ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนในชุมชนและเด็กๆได้เข้ามาศึกษาหาประสบการณ์ในการทำเกษตรที่ปราศจากสารเคมี

นับเป็นเกษตรกรอีกรายที่มุ่งมั่นทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินผลผลิตที่ปลอดภัย ที่สำคัญเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน