หอค้าไทยถกพร้อมรับเปิดประเทศ
แต่กังวลเสี่ยงระบาดเพิ่ม-หนุนเอสเอ็มอีฟื้นธุรกิจ
หอการค้าไทยร่วมถกกับเครือข่ายเตรียมพร้อมเปิดประเทศ หามาตรการช่วยกลับมาดำเนินธุรกิจ ยอมรับเสี่ยงระบาดเพิ่มอีกทั้งวัคซีนยังไม่เพียงพอ แต่มั่นใจระบบสาธารสุขของไทย พร้อมประคองเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนฟื้นฟูธุรกิจ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการประชุมหารือกับเครือข่ายต่างประเทศของหอการค้าไทย รวมกว่า 150 คน ว่าที่ประชุมหารือถึงการเตรียมพร้อมเปิดประเทศภายใน 120 วัน โดยเฉพาะโอกาสที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจที่จะเกิดขึ้นได้หลังเปิดประเทศ
“สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจนี้อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะระบาดเพิ่มขึ้น แต่ที่ประชุมยังมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย และพร้อมจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะคุมการแพร่ระบาดควบคู่ไปกับการเปิดประเทศอย่างระมัดระวัง เนื่องจากตอนนี้ยังมีวัคซีน ไม่พอต่อการควบคุมการระบาด แต่ภาคเอกชนได้เตรียมความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือสนับสนุนรัฐบาล ในด้านการฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมและป้องกันการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด”
สำหรับมาตรการช่วยผู้ประกอบการให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง 120 วันนั้น หอการค้าฯ หารือถึงการเยียวยาผู้ประกอบการให้อยู่รอดได้ โดยเชื่อมให้เอสเอ็มอีกับธนาคารพาณิชย์หารือกัน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อประคองและฟื้นฟูธุรกิจในช่วงนี้ เตรียมรับการเปิดประเทศ และสิ่งสำคัญที่จะต้องทำเพิ่มคือการเพิ่มศักยภาพของการทำธุรกิจ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มเติม ธุรกิจสามารถเดินหน้า ต่อไปได้
นอกจากนั้นยังเสนอความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้ทำ ‘Digital Vaccine Passport’ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการเดินทาง ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ พร้อมเสนอให้นำการตรวจ Rapid Test มาเสริม เพื่อช่วยคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด
รวมทั้งหลังเปิดประเทศแล้ว ต้องดึงดูดการลงทุนและทำการค้ากับทั่วโลกโดยผลักดันให้ทำ Thailand Trade Platform เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโอกาสให้เอสเอ็มอีไทย ต่อยอดไปยังตลาดโลกจึงต้องเพิ่มทั้งการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
“วันที่ 1 ก.ค. นี้ จะเป็นวันที่ครบ 99 วัน ถึงแม้ว่าจะเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางภาวะวิกฤตของโรคระบาด คณะกรรมการชุดนี้ช่วยประสานงานและผลักดันภารกิจ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยต่อไป”