ออสซี่สกัด‘เดลตา’-ล็อก7เมือง – เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 หวนกลับมาระบาดในวงกว้างที่ออสเตรเลีย ว่าบรรดาเมืองใหญ่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์แล้วทั้งหมด 7 เมือง เนื่องจากการระบาดระลอกใหม่คาดว่ามาจากเชื้อชนิดกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย หรือสายพันธุ์เดลตา หลังยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงกว่า 200 คน ส่งผลให้ประชากรกว่า 12 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งประเทศ ต้องเก็บตัวอยู่ภายในบ้านและที่พักในนครซิดนีย์ บริสเบน เพิร์ธ ดาร์วิน ทาวน์สวิล และโกลด์ โคสต์ รวมถึงอลิซ สปริงส์ ที่รัฐเซาท์ ออสเตรเลีย ท่ามกลางความกังวลของเจ้าหน้าที่ว่าการระบาดอาจลุกลามไปยังชุมชนพื้นเมืองใกล้เคียงด้วย
บรรดาผู้ว่าการรัฐเรียกร้องไปยังรัฐบาลกลางให้เร่งรัดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลังประสบความล่าช้าและเพิ่งมีประชากรได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม แค่ร้อยละ 5
อย่างไรก็ตาม การสื่อสารระหว่างภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกันกำลังสร้างความสับสนให้ประชาชน อาทิ กรณีผู้ว่าการรัฐควีนส์แลนด์ และเวสเทิร์น ออสเตรเลีย เห็นขัดแย้งกับนโยบายจากนายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นวัคซีนหลักสามารถใช้ฉีดให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 40 ปีได้ ท่ามกลางความวิตกของประชาชนต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดที่หาได้ยากจากวัคซีนยี่ห้อนี้ในบุคคลอายุน้อย
นางแอนนาสตาเซีย ปาลาชุก ผู้ว่าการรัฐควีนส์แลนด์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการกับ ผู้เดินทางเข้าประเทศ หลังการสอบสวนพบว่า สายพันธุ์เดลตานั้นมีต้นตอมาจากนักธุรกิจที่เดินทางไปกลับระหว่างนครบริสเบนกับอินโดนีเซีย