กังวลเศรษฐกิจพังยับกว่าต้มยำกุ้ง
เชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งหนัก-แถมเซ็งฉีดวัคซีนยังล่าช้า
โควิดพ่นพิษยิ่งกว่าต้มยำกุ้ง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งเหวสุดในประวัติการณ์รอบ 22 ปี 8 เดือน คนไทยห่อเหี่ยวสุดๆ ห่วงทั้งกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว การจ้างงานในอนาคต รวมถึงกังวล ล็อกดาวน์ และการฉีดวัคซีนที่ยังล่าช้าเกินไป
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิ.ย. 2564 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการ ลดลงจากระดับ 44.7 เหลือ 43.1 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 272 เดือนหรือ 22 ปี 8 เดือนนับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือนต.ค. 2541 เป็นต้นมา
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต บั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้
“ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 29.2 มาอยู่ที่ 28.1 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 267 เดือนหรือ 22 ปี 3 เดือนนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2542 เป็นต้นมา แสดงว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันแย่มากในมุมมองของผู้บริโภค”
ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตก็ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.0 มาอยู่ที่ 50.1 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 273 เดือนหรือ 22 ปี 9 เดือนนับตั้งแต่สำรวจในเดือนต.ค. 2541 เป็นต้นมา และอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าปกติ (คือ 100) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นอย่างมากเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ประชาชนกังวลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศไทยในรอบที่ 3 ประกอบกับความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพน้อยลง และการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ล่าช้าส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนักและขาดแรงกระตุ้นในการฟื้นตัว แม้ว่ามาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตามต้องติดตามของการฉีดวัคซีนทั่วประเทศในเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป การแพร่กระจายของโควิดรอบ ที่ 4 ว่าจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และรัฐบาลจะมีการประกาศล็อกดาวน์ หรือไม่และอย่างไร