สุธาสินี เสวตรบุตร ชีวิตที่มีปิงปองนำทาง – การเล่นกีฬากลางแจ้งที่จังหวัดระนอง บ้านเกิดของ “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร ไม่ง่ายเลยในภูมิประเทศที่ฝนแปด แดดสี่
กีฬาในร่มที่เล่นได้ตลอดอย่างเทเบิลเทนนิสจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับ “หญิง” ในวัย 6 ขวบ ที่จะเลือกจับแร็กเกตตีลูกเด้งตามประสาเด็ก แค่อยากออกกำลังกาย แต่เหมือนฟ้าลิขิต หญิง ยิ่งเล่นยิ่งเก่งจนได้พบกับ อ.ไกรวัลย์ ศุภประเสริฐ ที่เห็นแววและนำมาขัดเกลา และพาออกแข่งขันจนมีรายได้เป็นค่าขนม
จากผลงานอันดับ 3 เยาวชนชิงแชมป์เอเชียที่ญี่ปุ่น เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาลในวัย 12 ปี
“ตอนนั้นทางสหพันธ์จะดึงตัวไปฝึกซ้อมเข้าแคมป์ที่สวีเดน แรกๆ ว่าไม่ค่อยไหวที่จะต้องซ้อม และเรียนไปพร้อมๆ กัน ตอนนั้นหญิงไม่รู้หรอก ว่าแม่ และอาจารย์ถูกใครทัดทานขนาดไหนกับการที่เราจะต้องลาออกจากโรงเรียน เพื่อไปเอาดีด้านกีฬาปิงปองอย่างเดียว”
การเดิมพันครั้งนั้นไม่มีใครรู้แน่ว่าอนาคตของสุธาสินีจะเป็นอย่างไร และเป็นหน้าที่ที่สาวน้อยจากระนองจะต้องขีดเส้นเอง
นับจากวันนั้น สุธาสินีมีแค่ปิงปองในทุกช่วงชีวิต ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ จากเยาวชนทีมชาติ ขยับสู่ชุดใหญ่ ได้ตีกับนันทนา คำวงศ์ ไอดอลของเธอ
ได้เป็นนักกีฬาอาชีพเต็มตัว กับทีมเฟเนร์บาห์เชในตุรกี และเพิ่งจะได้เป็นนักตบอาชีพในลีกอาชีพของญี่ปุ่น กับทีมนิปปอนเพนต์ ในนามทีมชาติ เธอคว้าอันดับ 4 ยูธ โอลิมปิก, เป็นนักตบหญิงคนเดียวในรอบหลายสิบปีที่ไปคว้าเหรียญทองซีเกมส์ หญิงเดี่ยว และผ่านเข้าถึงรอบ 16 คน โอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของนักกีฬาไทย
สุธาสินี ปัจจุบันอายุ 27 ปี เรียน กศน.ไปเรื่อยๆ และจบปริญญาตรี ม.รัตนบัณฑิต เรียนต่อปริญญาโท เข้ารับราชการ ร้อยตำรวจโทหญิง สังกัดกองอำนวยการกองสวัสดิการ
“มองย้อนไปหญิงไม่รู้หรอกว่าการตัดสินใจลาออกจากระบบการศึกษาวันนั้น และเลือกทางชีวิตเองมันถูกไหม เพราะชีวิตหญิงไม่มีอย่างอื่นเลย แค่ปิงปองอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว และก็มีแต่ปิงปองตลอดจริงๆ รู้แค่ว่าวันที่หญิงได้เหรียญทองซีเกมส์ (2017) สำหรับหญิงมันคุ้มที่สุดแล้ว แต่การได้แข่งโอลิมปิก ได้เข้ารอบลึกๆ ถือว่าสุดๆ และคงจะเล่นต่อไปจนกว่าจะไม่ไหวจริงๆ”