บุ๊กสโตร์

เพื่อสรุปบทเรียนจากอดีตด้วยความเข้าใจ “สำนักพิมพ์มติชน” www.matichonbook.com ชวนนักอ่านต้อนรับการกลับมาของหนังสือเล่มสำคัญคู่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรื่องราวความพยายามปฏิวัติ การปฏิวัติ และวิธีคิดของชนชั้นนำ ปฏิปักษ์ปฏิวัติ

“ปฏิวัติ ร.ศ. ๑๓๐” บันทึกความทรงจำร่วมของ ร.ต.เหรียญ ศรีจันทร์ และ ร.ต.เนตร พูนวิวัฒน์ ถึงเหตุการปฏิวัติของ “คณะร.ศ. 130” คณะทหารหนุ่มกับแนวทางประชาธิปไตยในสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 6

เข้มข้นตั้งแต่การก่อตัวของความคิด เป้าหมายของการปฏิวัติ การขยายแนวร่วม การทรยศหักหลัง น้ำใจของเพื่อนนักปฏิวัติ การถูกจับกุมและไต่สวนจากรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การถูกคุมขังลงทัณฑ์ ชีวิตนักโทษการเมืองในคุก ชีวิตนักปฏิวัติหลังการพ้นโทษ และการสนับสนุนการปฏิวัติ 2475 ของพวกเขา

“ความพยายามปฏิวัติ ร.ศ. 130 เหตุการณ์นี้ไม่เป็นแต่เพียงความเคลื่อนไหวทางการเมืองสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของสยามเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดฉาก วิวาทะระหว่างฝ่ายที่ต้องการรักษากับฝ่ายมุ่งเปลี่ยนแปลงอำนาจการเมืองที่จินตภาพถึงอนาคตของสยามที่วางอยู่บนทางสองแพร่งระหว่าง ‘ซิวิไลซ์หรือศรีวิลัย’ ‘ความเสื่อมหรือความเจริญ’ ‘อนุรักษนิยมหรือเสรีนิยม’ ‘ราชาธิปไตยหรือประชาธิปไตย’ หรือแม้กระทั่ง ‘ลิมิเต็ด มอนากี หรือรีปับลิ๊ก’

แม้สยามจะเดินผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมานานถึงร้อยปีแล้วก็ตาม แต่การวิวาทะถึงความเปลี่ยนแปลงของไทยยังคงดำเนินต่อไปบนเส้นทางของความไม่สิ้นสุดของภาวะสมัยใหม่”

“ปฏิวัติ ร.ศ. ๑๓๐” โดยสำนักพิมพ์มติชน ยังเพิ่มภาคผนวกเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคณะ ร.ศ.130 จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมและอธิบายโดย ณัฐพล ใจจริง และในการพิมพ์ครั้งที่ 2 นี้ ได้เพิ่มภาพประกอบ และเพิ่มบทความพิเศษอีก 2 เรื่อง เพื่อให้หนังสือเล่มนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น คือ จาก “คณะร.ศ.130” ถึง “คณะราษฎร” : ความเป็นมาและความคิด “ประชาธิปไตย” ในประเทศไทย เขียนโดย ณัฐพล ใจจริง และ อนุสรณ์คณะ “เก๊กเหม็ง” สยาม ร.ศ. 130 เขียนโดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์

…อ่านคู่กัน “๒๔๗๕ ราษฎรพลิกแผ่นดิน” หนังสือที่ นริศ จรัสจรรยาวงศ์ นำเสนอคณะราษฎรในมิติมีชีวิตชีวา ให้ หลักฐานที่เป็นอนุสรณ์งานศพ บันทึกร่วมสมัยเป็นผู้เล่าเรื่อง โดยพาผู้อ่านกลับไปร่วมเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ นับแต่การก่อตั้งรวบรวมสมัครพรรคพวกของคณะราษฎร การวางแผนและยึดอำนาจ ตราบจนกระทั่งอวสานคณะราษฎร

เจาะลึกเหตุการณ์ต่างๆ ให้ได้เห็นเกร็ดเล็กมุมน้อย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หลวงศุภชลาศัยสั่งเรือหลวงสุโขทัยเตรียมยิงถล่มวังไกลกังวล, กลุ่มมุสลิมีนที่ร่วมก่อการในวันที่ 24 มิถุนายน 2475, การหลอมนิกาย รวมธรรมยุติกนิกายและมหานิกาย, ฐานข้อมูลอนุสรณ์งานศพคณะราษฎร และ ฯลฯ

24 มิถุนายน 2475 ประชาธิปไตยไทยถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจาก หลับใหลโดย “คณะราษฎร” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มองเห็นความเสื่อมโทรมของรัฐบาลในหลวง ร.7 จึงรวมกำลังกันเปลี่ยนแปลงปกครองให้กษัตริย์สยามอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

เหตุการณ์ที่ ศรีบูรพา บันทึกบทบรรยายย่ำรุ่งวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ไว้ใน แลไปข้างหน้า ภาคมัชฌิมวัย ว่า “ขณะที่พวกประกอบอาชีพราชการยังนอนงัวเงียอยู่บนที่นอน และขณะที่พวกเจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่และนายพานิชเศรษฐีกำลังหลับอย่างแสนสุขบนที่นอนอันสูงและอ่อนนุ่มนั้น ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอันใหญ่หลวงก็ได้ตื่นขึ้นเหมือนกัน”

อย่างไรก็ตาม คณะราษฎรและประชาธิปไตยไทยก็ยังคงมีแง่มุมอีกมากมายให้ผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้ากันต่อไป โดยสิ่งหนึ่งที่ คณะราษฎร ในฐานะวัตถุศึกษาเป็นและเป็นตลอดมา คือ ความสามัญธรรมดา ดังที่ หลวงสฤษดิ์ยุทธศิลป์ สมาชิกคณะราษฎรได้กลาวไว้ว่า “พวก 24 มิถุนายน 75 หรือคณะราษฎร ก็เป็นปุถุชนธรรมดา ย่อมมีดีมีชั่วมีผิดมีถูก แม้แต่เทวดาก็ยังมีที่ดีและมีที่เป็นอันธพาล”

“จักรพรรดิราช คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย” ผลงานของ เอนก มากอนันต์ ว่าด้วยอุดมคติสูงสุดของชนชั้นนำไทย คือคติจักรพรรดิราชที่รับมาปรับใช้ในการปกครอง โดยแฝงเร้นอยู่ภายใต้กิจกรรมทางการเมือง

นับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2172-2394) คติจักรพรรดิราชได้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากชนชั้นนำไทยได้มีการปรับเปลี่ยนความรู้และมองโลกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเกิดจากกิจกรรมทางการค้า การทูต และการสงคราม จนทำให้แต่เดิมที่การเป็น พระจักรพรรดิราชคือการเป็นเจ้าผู้ปกครองโลกมนุษย์ ได้แปรเปลี่ยนเป็นพระจักรพรรดิราชในปริมณฑลอันจำกัด ก่อนที่แนวคิดการเป็นจักรพรรดิราชจะค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นในพิธีกรรมของชนชั้นนำ

หนังสือเล่มนี้มิเป็นเพียงการพยายามอธิบายคติจักรพรรดิราชอันเป็นกรอบวิธีคิดของชนชั้นนำไทยเท่านั้น แต่ยังเสนอความเปลี่ยนแปลงคติความเชื่อของชนชั้นนำไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าบริบทการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้สร้าง “ประสบการณ์และคลังความรู้” ในโลกทัศน์ของชนชั้นนำอย่างไร จนนำไปสู่การคลี่คลายของคติจักรพรรดิราชในกระแสธารความคิดความเชื่อของชนชั้นนำไทย

“ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ 5” ผลงาน อาวุธ ธีระเอก ชี้ชัด การศึกษาที่ไม่เท่าเทียมก่อเกิดผลอย่างใหญ่หลวงนับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ชาติตะวันตกได้แผ่อิทธิพลมายังอุษาคเนย์ สยามได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน รัฐสยามจึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการศึกษาภาษาอังกฤษ รัฐได้จัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะยกระดับการศึกษาให้กับนักเรียน และเพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาจะสามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศที่กำลังติดต่อกับชาติตะวันตกอย่างเข้มข้น

แต่กระนั้นก็ตามการศึกษาดังกล่าวกลับให้โอกาสแต่เพียงชนชั้นสูงระดับเจ้านาย หากราษฎรทั่วไปต้องการจะศึกษาภาษาอังกฤษจะต้องมีทุนทรัพย์จำนวนมากในการเล่าเรียน การศึกษาภาษาอังกฤษที่ควรจะช่วยพัฒนาบุคลากรทุกคนในรัฐ กลับเพิ่มช่องว่างระหว่างชนชั้น สร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จนท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนว่า ภาษาอังกฤษจะเป็นเพียงแค่ “ภาษาเจ้า ภาษานาย” เท่านั้น

“กำเนิด “ประเทศไทย” ภายใต้เผด็จการ” ผลงาน ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ พาไปสัมผัสทศวรรษ 2500 (พ.ศ. 2500-2510) ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะด้านการเมืองการปกครองที่กลุ่มอำนาจทหารอย่าง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะปกครองด้วยระบอบเผด็จการพ่อขุนอุปถัมภ์ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นยุคที่ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุคพัฒนา เกิดถนนหนทางจากกรุงเทพฯ สู่ท้องถิ่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน ทุกๆ คนในประเทศ รู้สึกร่วม ในความเป็นคนไทย และประเทศไทย จนอาจเรียกได้ว่าความเป็นไทยยุคสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม คือของปลอม แต่ยุคสมัยจอมพลสฤษดิ์ คือไทยจริง

แต่ความสะดวกสบายดังกล่าว ต้องแลกมาด้วย “นัยยะซ่อนเร้น” ด้านการเมืองการปกครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ถึงการแทรกซึมนี้

“ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย” กะเทาะเปลือกประเทศไทยรอบด้านจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดย 2 นักวิชาการ คริส เบเคอร์ (นักประวัติศาสตร์) และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร (นักเศรษฐศาสตร์การเมือง) ผู้มีผลงานเขียนและแปลร่วมกันหลายเล่ม ทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย เผยแพร่สู่วงกว้างทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับ “ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย” เล่มนี้ ก่อนที่จะตีพิมพ์เป็นภาษาไทย ได้ผ่านสายตาชาวต่างชาติมาแล้วในฉบับภาษาอังกฤษที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และใช้เรียนกันในวิชาประวัติศาสตร์การเมืองของเอเชียตามมหาวิทยาลัยหลายแห่งในต่างประเทศ…เรียกได้ว่า ฝรั่งอ่านแล้ว แต่คนไทยเพิ่งจะได้อ่าน

ฉายภาพเหตุการณ์ต่างๆ ให้เห็นกระจ่างชัดยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ก่อนที่ รัฐชาติไทย จะถือกำเนิดขึ้น จนพัฒนามาสู่การเมืองเรื่องของคนไทยทุกคน ในยุคปัจจุบัน

ทุกเล่มออนไลน์สั่งซื้อได้ที่ www.matichonbook.com

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน