โควิดเดลตาลามออสซี่ไม่หยุด! – เมื่อวันที่ 1 ส.ค. รอยเตอร์รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ปี 2019 หรือโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์เดลตา (พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย) ซึ่งมีความสามารถในการแพร่ระบาดสูง ยังลุกลามในประเทศออสเตรเลีย
การลุกลามดังกล่าวเกิดขึ้นในนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ และนครบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ท่ามกลางมาตรการขยายระยะเวลาล็อกดาวน์ที่สร้างผลกระทบให้ประชากรเกือบครึ่งประเทศ
โดยเฉพาะที่นครซิดนีย์ ซึ่งใช้มาตรการล็อกดาวน์มานานถึง 5 สัปดาห์แล้ว แต่ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 239 คน ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 3,427 คน หลังการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมิ.ย.
นางกลาดิส เบเรจิกเลียน ผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ ยอมรับว่าไม่มีแผนการรับมือในระยะยาวกับเชื้อสายพันธุ์เดลตานอกเหนือไปจากการระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนให้ได้มากที่สุดก่อนสิ้นกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 28 ส.ค. เพื่อเปิดทางให้กับการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวได้
ส่วนรัฐควีนส์แลนด์ที่อยู่ติดกันพบผู้ติดเชื้อรายวันอีก 9 คน นับเป็นสถิติสูงสุดของปีนี้ในรัฐดังกล่าว ทำให้ทางการสั่งล็อกดาวน์ทันทีเป็นเวลา 3 วัน
อย่างไรก็ดี ทางการออสเตรเลียกำลังเผชิญกับความล่าช้าในการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยปัจจุบันมีประชากรวัยกลางคนได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเพียงร้อยละ 18 แต่รัฐบาลยังคงตั้งเป้าจะฉีดให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ภายใน 4 เดือน
จีนช็อกคลัสเตอร์นานกิงพบอีก 30 คน
วันเดียวกัน มีความคืบหน้าการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตาในประเทศจีน ล่าสุดพบ ผู้ติดเชื้อใหม่ 75 คน โดยขยับตัวสูงขึ้นกว่าวันก่อนที่ 55 คน ซึ่งผู้ติดเชื้อกระจายตัวอยู่ในมณฑล 8 แห่งทั่วประเทศ ส่อแนวโน้มของการลุกลาม
ขณะที่การระบาดที่มณฑลเจียงซู ซึ่งเป็นจุดเริ่มของคลัสเตอร์สายพันธุ์เดลตารอบนี้จาก ท่าอากาศยานนครนานกิง พบผู้ติดเชื้อใหม่ 30 คน ขยับตัวสูงขึ้นจากวันก่อนที่พบ 19 คน ทำให้ยอดสะสมในนครนานกิงเพิ่มเป็น 184 คนแล้ว
อังกฤษชวนฉีดวัคซีน-แจกส่วนลด
ด้านความเคลื่อนไหวประเทศอังกฤษ ซึ่งรัฐบาลยุติมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งหมด ประกาศจะแถมของสมนาคุณให้กับหนุ่มสาวที่ตัดสินใจเดินทางไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช่น ส่วนลดร้านค้า และค่าแท็กซี่ เพื่อพยายามเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้ได้มากขึ้นหลังกลุ่มอายุ 18 ถึง 29 ปีนั้นมีเพียงร้อยละ 67 ที่ได้รับเข็มแรก โดยคิดเป็นประชากรทั้งหมดร้อยละ 88.5 ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว