จุฑามาศ จิตรพงศ์ – เป็นมวยดาวรุ่งที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับ “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ สาวห้าวจากนครศรีธรรมราช นักชกทีมชาติไทย รุ่นฟลายเวต 51 ก.ก.ในโอลิมปิกเกมส์
ในวัย 23 ปี มีลีลา เชิงชก ที่สวยงาม และชนะใจแฟนมวยชาวไทย จาก 2 ไฟต์ซึ่งเอาชนะ รูเมซา บัวลาม จากแอลจีเรีย และ เอาชนะ ไอริช แม็กโย จากฟิลิปปินส์
แต่น่าเสียดายพ่ายให้ นักชกตุรกี บูเซ นาส คากิโรกลู ปิดฉากรอบ 8 คน แต่หลายต่อหลายเสียงมองว่า “เจ้าเฟี้ยว” ดูมีอนาคตไม่น้อยในเส้นทางกำปั้นทีมชาติ
เฟี้ยวห้าวมาตั้งแต่เด็ก เจ้าตัวเล่าว่าไม่ชอบเล่นกับเพื่อนผู้หญิง จึงคลุกคลีตีโมงกับเพื่อนผู้ชายมากกว่า ที่สุดท้ายพากันไปเล่นสนุกในค่ายมวย “เสกสรร” ในพรมคีรี ตั้งแต่ 10 ขวบ
สัมผัสแรก เฟี้ยว รู้สึกทันทีว่า นวม และ สังเวียนผืนผ้าใบ คือสิ่งที่ตามหามานาน ได้ใช้กำลังชกต่อยกับคู่ต่อสู้
“มันไม่ใช่เรื่องของความเจ็บปวดอะไร หนูว่ามันสะใจดีที่ได้ต่อย ได้ชกกัน เราไม่ได้ชอบเจ็บตัว แต่การชกมวยต้องใช้สมอง เราได้คิดตลอดเลยว่าเขาชกแบบนี้ เราต้องแก้เกมอย่างไร ทำอะไร ตื่นตัวตลอดเวลา”
ด้วยเชิงชกพรสวรรค์ในสายมวยไทย เฟี้ยว ในชื่อ “ยอดเยี่ยม ศิษย์ยกล้อ” ทำให้ถูกผลักดันขึ้นชก แต่มีอุปสรรคที่มวยหญิงเมืองไทยต้องเจอคือหาคู่ชกได้ยาก
“ทั้งจังหวัดน่าจะมีแค่ 10 คนเห็นจะได้ มันไม่ได้สานต่อ ช่วงนั้นอยากไปเรียนที่อื่นแล้ว ไม่อยากอยู่แถวบ้าน เลยไปเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเริ่มชกมวยสากล”
การได้สิทธิ์ขึ้นชกในโตเกียว 2020 นั้น เฟี้ยวส้มหล่นเพราะวิกฤตโควิด-19 สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ(ไอบา) จึงคัดเอาอันดับโลกเข้าเกณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาใจ จุฑามาศอย่างมาก
“แม้จะไม่ได้มาเพราะการคัดเลือก แต่เราอยากทำอย่างสุดความสามารถ ให้เขาเห็นว่าเราคู่ควร ส่วนตัวอยากพิสูจน์ให้ โค้ชภูมิใจ ที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ อยากทำให้รู้ว่าทำได้ และจะกลับไปขยันฝึกซ้อมให้มากกว่าเดิม เพื่อจะแก้ตัวในโอลิมปิกหนหน้า”
อาจจะเป็นแผลในใจที่ เฟี้ยว ต้องการบทพิสูจน์ แต่อย่าลืมว่าอันดับโลกมาจากฝีมือของตัวเองเช่นเดียวกัน
หวังว่าเราจะได้เห็นนักชกสาวคนนี้เฉิดฉายในเวทีโลกเร็วๆนี้