คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ฝ่ายขวาสุดโต่งย้อนยุคยานเกราะดาวสยาม ปั่นม็อบ 7 สิงหาให้เป็น 6 ตุลา ปั่นว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง เพราะตรงกับวันเสียงปืนแตกของพรรคคอมมิวนิสต์ไทย แต่ไม่รู้ผ่านข้อสอบ GAT มาได้ไง สามารถเชื่อมโยงไปถึงปฏิวัติฝรั่งเศส เชื่อมโยงปิยบุตรไปเยี่ยมเมีย จน อ.ป๊อกเหลืออด “เป็นเอี้ยอะไรกับกูนักหนา” เดือนสิงหาครบ 1 ปีของการยกระดับ ข้อเรียกร้องข้อ 3 “ทะลุเพดาน” จากม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ 3 สิงหา ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ 10 สิงหา แผ่กว้างไปในคนรุ่นใหม่ Gen Y Gen Z ชูสามนิ้วถึงนักเรียนมัธยม กลายเป็น “แผ่นดินไหวทางวัฒนธรรม” ตามคำนิยามอย่างตระหนก ของสุวินัย ภรณวลัย ครบ 1 ปี เขาก็จัดทั้ง 3 สิงหา 10 สิงหา แต่เสาร์อาทิตย์ 7-8 ก็เลือก 7 สิงหา รำลึกวันประวัติศาสตร์ประชาชนสู้เผด็จการ แต่ไม่ใช่เดินตามพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งล่มสลายไปนานแล้ว ไม่ใช่เดินตามแนวทางต่อสู้ด้วยอาวุธ ซึ่งเหลือแต่ตาลิบัน พวกคลั่งจีนเกลียดอเมริกาด่า ส.ว.แทมมี่ กลับหาว่าคนรุ่นใหม่จะเป็นคอมมิวนิสต์ล้มล้าง บางคนย้อนอดีต ไม่ควรมี 66/23 ปล่อยเชื้อร้ายกลับมา จนเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เปลี่ยนตรากระทรวง อว. ใช่ละ คำประกาศเยาวชนปลดแอกดูขึงขัง แต่เขาจะเข้าไปยึดหรือ ข้อแรก เป็นแค่สัญลักษณ์ ข้อสอง ก็รู้กันว่าตำรวจจะตั้งแถวสกัดตั้งแต่สะพานชมัยมรุเชฐ หรือก่อนนั้น ม็อบแค่ยั่วให้ตำรวจพล่าน เอาตู้คอนเทนเนอร์มาขวาง เผลอๆ แกงด้วยซ้ำ ม็อบทุกครั้งอยู่ในสันติวิธี แม้มีการสาดสี เผาหุ่น ก็อยู่ในกรอบสันติ แม้มีบางกลุ่มอารมณ์ร้อน แกนนำเช่นอานนท์ นำภา ก็โพสต์ห้ามปราม ครั้งนี้อานนท์ยืนยัน “สันติวิธีเพดานสูงสุด” เพราะม็อบรู้ดีว่าไม่สามารถชนะด้วยความรุนแรง แต่ความรุนแรงของรัฐ จะทำให้อำนาจที่เป็นเป้าหมาย “เสื่อม” รัฐกลับกระเหี้ยนกระหือเล่นใหญ่ ระดมตำรวจ 38 กองร้อย พร้อมรถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง ขู่จับทั้งก่อนและหลัง เจอใครจับทันที ถอนประกันแกนนำ ฯลฯ โดยมีกระบอกเสียงอย่างสิระ เจนจาคะ, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุน กล่าวหาว่ามี ส.ส.พรรคหนึ่งให้ท้าย เท่านั้นไม่พอยังระดมมวลชนฝ่ายขวา แดงกลับใจ สร้างบรรยากาศลูกเสือชาวบ้าน “เก้าอี้ฟาด” นี่จะรัฐประหารหรือไง รัฐประหารใคร รัฐคงคิดว่า นี่เป็นโอกาสปราบเสี้ยนหนาม “ม็อบซ้ำเติม โควิด” ทั้งที่คนไม่พอใจรัฐล้มเหลวจัดการโควิด มีมากมายกว้างขวาง ปราบม็อบแล้วทำให้คนพอใจรัฐบาลหรือ ต่อให้รัฐอ้างว่า ม็อบไม่เกี่ยวกับโควิด แต่คาร์ม็อบ 1 สิงหา ก็ใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุ ไร้เหตุผล หลักควบคุมฝูงชนไม่ใช่หลักกร่างทุบตีสั่งสอนแบบตำรวจไทย ม็อบวันนั้นแค่ไม่พอใจการปิดถนน อยู่สักพักก็กลับ ตำรวจใช้ทั้งรถฉีดน้ำแก๊สน้ำตากระสุนยาง จนเหตุการณ์ลุกลาม นี่คงคิดจะใช้วิธีเดียวกันกับม็อบ 7 สิงหา ประกาศให้เลิกตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แล้วใช้กำลังสลาย พอสถานการณ์บานปลายก็ว่าเกิดจลาจล ใช้ตำรวจเป็นหมื่นทุบตีไล่ยิงจับคนเป็นพันๆ ถามว่าทำอย่างนั้นจริง เป็นผลดีอะไรกับรัฐบาล ที่กำลังโดนรุมถล่มวิพากษ์วิจารณ์จนต้องออกข้อกำหนดตัดเน็ต IP Address (แต่ศาลแพ่งมีคำสั่งห้ามแล้ว) 6 ตุลาทำเพื่อรัฐประหาร นี่จะรัฐประหารใคร รัฐประหารตัวเอง? รัฐประหารโหดแบบที่ ดร.นิด้าเชียร์ พาประเทศไปเป็นพม่า? พูดกันตรงๆ เถอะว่าม็อบ 7 สิงหา กระตุ้นความกลัวของ ผู้มีอำนาจ หวังปราบให้เข็ดขยาด แต่คิดผิด หนึ่งปีผ่านไป คำประกาศ 3 สิงหา 10 สิงหา เปลี่ยนประเทศไทยอย่างไม่มีวันหวนกลับ ท่ามกลางความช็อก สติแตก ของคนหัวเก่า นับถึงวันนี้กระแสยิ่งร้อนแรงยิ่งกว้างไกล คนรุ่นใหม่รู้ว่าไม่ชนะวันนี้หรอก แต่เขย่า สู้ยาวถึงโครงสร้าง นี่ไม่ใช่สงครามกลางเมือง แต่เป็น “สงครามศรัทธา” สู้กันด้วยข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ ซึ่งคนรุ่นใหม่ยึดครอง สู้กันด้วยความกล้า เอาตัวเข้าแลก แปรการถูกกระทำด้วยความรุนแรง ด้วยความอยุติธรรม มาดึงพลังสังคมให้สู้ตาม ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใน “สงครามศรัทธา” นอกจากอำนาจกลไกรัฐ ก็เหลือแต่พวกไร้เหตุผล ดันทุรัง พูดอะไรที คนสติดีๆ หัวเราะก๊าก แบบต่างชาติจ้างปั่นโลกโซเชี่ยล แบบนักการเมืองจ้างตายข้างถนน หรือไล่หมอพยาบาลไปซื้อวัคซีน mRNA ฉีดเอง (แต่พวกตัวได้ฉีดเข็มสาม) “สงครามศรัทธา” กำลังถูกรุกไล่ รัฐล้มเหลวก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด อย่าบอกว่าไม่เกี่ยวกัน คนรุ่นใหม่เรียกร้อง 3 ข้อ ขึ้นกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ เมื่อไม่ทำอะไรสักอย่าง 3 ข้อก็มัดรวมกัน สะเทือนถึงกันหมด สังคมวงกว้างไล่รัฐบาลประยุทธ์ คนรุ่นใหม่กระทุ้งเพดาน นี่ไม่ใช่เส้นขนานแต่ดึงสู่การยกระดับ ถ้าผู้กุมอำนาจยังพอตระหนัก ก็ต้องปรับอะไรสักอย่างตั้งแต่ตอนนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน