คดีอาคารชุดแอชตันแรงสะเทือนรอบทิศ – กรณีศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารแอชตัน อโศก อาคารชุดพักอาศัย 50 ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย 783 ห้องชุด พื้นที่รวม 55,318 ตารางเมตร หลังก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและได้จดทะเบียนอาคารชุด จนมีการจดทะเบียนและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดไปจำนวนหนึ่งแล้วนั้น ได้สร้างแรงกระเทือนต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างประเภทการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ในอาคารชุดอย่างสำคัญ

เรื่องหนึ่งที่จะตามมาก็คือ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องแจ้งยกเลิกใบอนุญาตขอทำการก่อสร้าง

แต่มีข้อสงสัยคือ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะใช้อำนาจตามกฎหมายในข้อใดในการจะแจ้งยกเลิก เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติใดใน พระราชบัญญัติควบคุมอาคารบัญญัติให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เพิกถอนคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร (ตามมาตรา 39 ทวิ) ซึ่งที่การก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว

ประเด็นปัญหาจากนั้นจะไปถึงจุดมึน คือ บริษัทอนันดาฯ มิได้เป็นเจ้าของอาคารหลังนี้เพราะได้เอาไปจดทะเบียนเป็นอาคารชุด แยกกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (ของผู้ซื้อพื้นที่อาคารชุด และกรรมสิทธิ์ร่วมในพื้นที่ส่วนกลางตามพระราชบัญญัติอาคารชุดไปหมดแล้ว)

ดังนั้นปัญหาคือ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องออกคำสั่งให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ทั้ง 500 กว่าราย แล้วผู้มีกรรมสิทธิ์ทั้ง 500 กว่ารายนั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้อย่างไร และถ้าผู้มีกรรมสิทธิ์ ทั้งหลายเหล่านั้นไม่อาจปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้

เรื่องต่อมาก็คือ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกคำสั่งรื้อถอนอาคารนั้น ก็เหตุการณ์ซ้ำกับการออกคำสั่งในขั้นตอนแรก ซึ่งผลก็ได้เช่นเดียวกันตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นต้องเป็นผู้รื้อถอนเอง

ในประวัติศาสตร์ในการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่เจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ดำเนินการได้ในประวัติศาสตร์ดำเนินการได้อาคารเดียวคือ อาคารบางลำพูสแควร์ แยกบางลำพู เพราะเจ้าของอาคารเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารแต่ผู้เดียว แต่คำสั่งรื้อถอนอาคารดังกล่าวนั้นไม่ปรากฏตัวเจ้าของอาคาร กว่าจะดำเนินการรื้อถอนเฉพาะ ในส่วนที่ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาลนั้นหมดเวลาไปกว่า 20 ปี!!

กรณีอาคารแอชตัน มีผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ส่วนตัวกว่า 500 ราย และรวมทั้งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนกลาง ด้วยนั้น คงเป็นปัญหายืดเยื้อในกระบวนการรื้อถอน

สิ่งที่จะตามมาอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือความไม่เชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน

การที่ได้รับอนุญาตให้มีการลงทุนก่อสร้างอาคารที่ผ่านขั้นตอนตามกฎหมายหรือผ่านการพิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการได้จากคณะกรรมการที่รับผิดชอบต่างๆ ไม่ประกันได้ว่าการลงทุนประกอบกิจการอย่างนี้จะสำเร็จได้รับผลตามที่ควรจะได้อีกต่อไป

กรณีที่อาคารแอชตัน อโศก มีชาวต่างชาติหรือก็คือนักลงทุนต่างชาติที่ใช้อาคารหลังนี้เป็นที่พักอาศัยในการจัดการกิจการที่ลงทุนในประเทศนับร้อยราย จะเกิดความเชื่อมั่นในการจะมาลงทุนในประเทศตามคำชักชวนของรัฐได้อีกอย่างไร

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน