คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

พันธมิตร การเมือง – ความเห็น “ต่าง”ในเรื่องไม่ไว้วางใจต่อ “รัฐมนตรี” บางคนเป็นเรื่องปกติยิ่ง

ยิ่งหากมองจาก “รากฐาน” และ “ความเป็นมา” ที่แตกต่างกันระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล ยิ่งเป็นเรื่องปรกติอย่างธรรมดา

เพราะว่าพรรคเพื่อไทยมาจาก “ไทยรักไทย”

จึงต่อติดกับพรรคประชาชาติ จึงต่อติดกับ พรรคเพื่อชาติ เพราะ 2 พรรคนี้ล้วนเคยอยู่กับ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน กระทั่งพรรค เพื่อไทย

สภาพการณ์เช่นนี้พรรคก้าวไกลอาจยัง ไม่คุ้นเคย

มีจุดต่างแน่นอนระหว่างกำเนิดแห่งพรรคไทยรักไทยกับพรรคก้าวไกล

พรรคไทยรักไทยอาจมีคนรุ่นใหม่อย่าง นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แต่แม่เหล็กแท่งมหึมาย่อมเป็นนักการเมืองอย่าง นายเสนาะ เทียนทอง

ซึ่งมีส่วนในการปั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ตรงกันข้าม พรรคก้าวไกลมาจากพรรคอนาคตใหม่ซึ่งลงหลักปักฐานโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล

รวบรวม “เลือดใหม่” เข้าสู่พื้นที่ทาง “การเมือง”

ถึงแม้จะมีความเห็นต่างในกรณีของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แต่ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะมองไปยังพรรค เพื่อไทย ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคก้าวไกล ก็สามารถประสานรอยร้าวนั้นได้

เนื่องจากศัตรูใหญ่ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่างน้อยในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้ยังยึดกุมเอาที่การเปิดโปงและโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหลัก

นั่นคือ “ยุทธศาสตร์” หลักของพรรคร่วม “ฝ่ายค้าน”

หากมองจากวัยวุฒิ พรรคเพื่อไทยอาจเป็นพรรค“พี่” พรรคก้าวไกลอาจเป็นพรรค“น้อง”

กระนั้น ในทางความคิด ในทางการเมือง ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ล้วนมีความเสมอภาค เท่าเทียมกันในการต่อสู้และตัดสินใจ

นี่คือการปรองดองและสมานฉันท์กันในทางการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน